นของจวนฉีอ๋องแสดงออกอย่างชัดเจนว่าคอยรังแกกิจการของหลี่เยว่หานแล้ว ตัวนางเองกลับไม่ได้มีท่าทีตอบโต้หรือขัดขืนแต่อย่างใด
หารู้ไม่ว่า ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวตนของฉีอ๋องแม้แต่น้อย
“เหตุใดเจ้าถึงสั่งคนไปพังหอฝานเทียน!” เมิ่งฉีฮ่วนจ้องมองจี้ซินเยว่ที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยความโกรธจัด ราวกับอยากจะฉีกร่างนางออกเป็นชิ้นๆ
“เหตุใดข้าจะพังหอฝานเทียนมิได้!” จี้ซินเยว่แสดงท่าทีตัดพ้อ “หลี่เยว่หานเคยดูหมิ่นข้าที่นั่น! ยามนี้นางหย่าขาดกับท่านแล้ว ข้าต่างหากที่เป็นนายหญิงของจวนฉีอ๋อง ข้าจะระบายโทสะเพื่อตนเองมิได้เชียวหรือ!”
เมื่อได้ฟังคำกล่าวนี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็โมโหจนยกเท้าเตะเข้าที่ไหล่ของจี้ซินเยว่จนนางล้มหงายลงกับพื้น “ใครให้หน้าเจ้ามาอ้างว่าเป็นนายหญิงของจวนฉีอ๋อง? เป็นเพียงชายารองแท้ๆ ยังกล้าสำคัญตัวผิดถึงเพียงนี้เชียวหรือ!”
“หากท่านไม่เห็นข้าอยู่ในสายตา เหตุใดต้องรับแม่หม้ายอย่างข้ามาจากตระกูลเฉินเข้าจวนอ๋องด้วยเล่า” จี้ซินเยว่หัวเราะหยัน “หากอยากผูกมิตรกับตระกูลเฉิน ท่านก็ไปแต่งกับคุณหนูใหญ่เฉินเสวี่ยหนิงสิ! ที่ท่านเลือกข้า ก็เพราะเห็นว่าข้ากับท่านเคยมีความหลังกันมาก่อน เพื่อให้งิ้วฉากนี้ดูสมจริงยิ่งขึ้นไม่ใช่หรือ!”