มาเป็นพระชายาอยู่อีกหรือ?” เมิ่งฉีฮ่วนพูดพลางเผยรอยยิ้มที่มุมปาก “ยามนี้ข้าคือฉีอ๋อง ฐานะสูงส่งยิ่งกว่าองค์ชายทั้งสามเสียด้วยซ้ำ ข้าจะเลือกหญิงสาวสูงศักดิ์จากตระกูลใหญ่คนไหนก็ได้ เหตุใดข้าต้องยกย่องเชิดชูหญิงชาวบ้านนางหนึ่งให้มาเป็นหน้าเป็นตาด้วยเล่า?”
เขาพูดพลางส่ายหน้าเบา ๆ “นั่นมันช่างเสื่อมเสียเกียรติเกินไป”
นายพลซานจี๋หรี่ตามองเขา ในใจกลับไม่เชื่อคำพูดเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย
แม้เขาจะไม่ได้คลุกคลีอยู่ในเมืองหลวง แต่ก็พอได้ยินมาบ้างว่าเมิ่งฉีฮ่วนให้ความสำคัญกับหลี่เยว่หานมากเพียงใด ผู้ชายเช่นนี้หรือจะยอมทอดทิ้งสตรีที่เคยประคับประคองไว้ในกลางฝ่ามือเพียงเพราะได้ดีมีอำนาจ
ซานจี๋จึงค่อนข้างมั่นใจว่า การที่เมิ่งฉีฮ่วนส่งตัวนางไปและหย่าขาดจากกันนั้น เป็นเพียงการกระทำเพื่อปกป้องหลี่เยว่หานเท่านั้น
เพราะเขารู้ดีว่า เมื่อเมิ่งฉีฮ่วนกลับมาดำรงตำแหน่งอ๋อง อำนาจต่อรองในราชสำนักจะเพิ่มพูนมหาศาล แม้แต่บัลลังก์ทองนั่น เขาก็ดูจะมีสิทธิ์ครอบครองมากกว่าองค์ชายคนอื่น ๆ เสียด้วยซ้ำ
อีกทั้งเขายังเคยเป็นที่ปรึกษาให้รัชทายาทมาถึงสองพระองค์ และในช่วงเวลานั้นเขาก็สร้างผลงานใหญ่ไว้มากมาย ทั้งจงเจิ้งเสียนและจงเจิ้งเซวียนต่างก็ได้รับอานิสงส์จากเขา
ยังไม่นับว่าตัวเมิ่งฉีฮ่วนเองเป็นคนจัดการจงเจิ้งเซวียนจนสิ้นฤทธิ์ เปิดโปงความผิดทั้งหมด แถมยังถอนคุณไสยให้ผู้คนมากมาย เพียงแค่ความดีความชอบเรื่องถอนคุณไสยอย่างเดี