้าง ข้าก็ยกความชอบทางทหารมาอ้าง บีบจนฝ่าบาทต้องยอมส่งตัวซานจี๋ให้พวกเราสอบสวน แถมยังยอมให้เขาไปพักที่จวนขุนพลของข้าอีก เจ้าคิดว่าฝ่าบาทถูกพวกเราหว่านล้อมจนคล้อยตามจริง ๆ หรือ? พระองค์ถูกพวกเราบีบจนไม่มีทางเลือกต่างหากล่ะถึงได้ยอมตกลง!”
ได้ฟังคำของเมิ่งฉีฮ่วน จงเจิ้งอวี่ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบก้าวตามไปติด ๆ แล้วกดเสียงต่ำถามว่า “ถ้าอย่างนั้นเจ้าว่าพี่ใหญ่จะหยิบยกเรื่องตำแหน่งรัชทายาทขึ้นมาพูดไหม?”
“ถ้าเขามีสมอง เขาจะไม่พูดเรื่องนี้หลังจากที่พวกเราเพิ่งจะบีบคั้นฝ่าบาทไปหรอก” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “นิสัยของฝ่าบาทไม่ใช่คนที่จะยอมลงให้ใครง่าย ๆ วันนี้เจ้ากับข้าบีบจนพระองค์ยอมเรื่องการจัดการซานจี๋ได้ ก็เพราะเจ้าสร้างผลงานที่ดินแดนทางใต้ ส่วนข้าสร้างผลงานที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ
อีกทั้งมันยังเป็นความชอบทางทหารที่ประจักษ์แก่สายตาคนทั้งแผ่นดิน ส่วนองค์ชายใหญ่นั้นแกล้งตายลอบสืบข่าวมาหลายปี ทุกคนต่างคิดว่าเขาตายไปแล้ว จะไว้อาลัยหรือทำพิธีศพก็ทำไปหมดแล้ว อยู่ ๆ เขาก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมาแล้วจะกลับสู่ตำแหน่งรัชทายาททันที มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก”
จงเจิ้งอวี่พยักหน้าเห็นพ้อง “ที่เจ้าพูดก็มีเหตุผล แต่ข้าก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมพี่ใหญ่ถึงมาปรากฏตัวเอาตอนนี้ ตามจริงเมื่อเห็นว่าพวกเราทั้งคู่ต่างมีผลงานติดตัว เขาควรจะหลบฉากไปก่อนถึงจะถูก”
“เพราะเขาคิดว่าเจ้าจะยังกลับมาไม่ได้ในเร็ว ๆ นี้ไงล่