งจงเจิ้งเสียนขึ้นมาด้วยองค์เอง
“หลายปีมานี้ เสียนเอ๋อร์ออกไปสืบข่าวลับเป็นการส่วนตัว ยามนี้เขากลับคืนสู่ราชสำนักแล้ว ข้าหวังว่าพวกเจ้าทั้งหลายจะช่วยกันถวายการรับใช้และสนับสนุนเขาให้ดี”
คำตรัสเพียงประโยคเดียวกลับมีความหมายคลุมเครือและไม่ชัดเจนอย่างยิ่ง
ขุนนางผู้หนึ่งรวบรวมความกล้าก้าวออกมาถามว่า “ฝ่าบาท ยามนี้บ้านเมืองได้สถาปนารัชทายาทองค์ใหม่แล้ว มิทราบว่าการที่องค์ชายใหญ่กลับมาในครั้งนี้ จะทรงดำรงตำแหน่งใดในราชสำนักขอรับ?”
ผู้ที่เอ่ยขึ้นคือใต้เท้าสิงแห่งที่ทำการเมืองหลวง เขาได้เลื่อนตำแหน่งตั้งแต่ช่วงบูรณะหมู่บ้านผู้อพยพ และเป็นคนขององค์ชายสาม ยามนี้องค์ชายสามยังคุมทัพอยู่ภายนอกมิได้กลับมา แต่จู่ๆ องค์ชายใหญ่ที่เคยมีข่าวว่าสิ้นพระชนม์กลับปรากฏตัวขึ้น ในฐานะคนสนิทของนายใหม่ เขาจึงต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ขององค์ชายสามเป็นธรรมดา
“คำพูดของใต้เท้าสิงช่างน่าขันนัก ตำแหน่งรัชทายาทแห่งแคว้นตงฮั่นย่อมต้องสถาปนาตามหลักบุตรคนโตและบุตรสายตรง ยามนี้องค์ชายใหญ่กลับคืนสู่ราชสำนัก อีกทั้งในอดีตทรงแสร้งสิ้นพระชนม์เพื่อปฏิบัติภารกิจลับเพื่อบ้านเมืองด้วยความจำเป็น บัดนี้ภารกิจเสร็จสิ้นกลับคืนมา ย่อมต้องดำรงตำแหน่งรัชทายาทตามเดิม!” ผู้ที่กล่าวโต้คือใต้เท้าชิว รองเสนาบดีกรมกลาโหม ซึ่งแต่เดิมกรมกลาโหมเคยเป็นฐานอำนาจขององค์ชายใหญ่มาก่อน หลังจากมีข่าวว่า จงเจิ้งเสียนสิ้นพระชนม์พวกเขาก็กลายเป็นฝ่ายสนับสนุนฮ