่องเต้ และการที่จงเจิ้งเสียนกลับมาในครั้งนี้ ย่อมต้องมีการติดต่อประสานงานกับขุมกำลังเดิมไว้เรียบร้อยแล้ว
“วาจาของใต้เท้าชิวแปลกพิกลนัก” ใต้เท้าสิงไม่ยอมรามือ “หากองค์ชายใหญ่แสร้งสิ้นพระชนม์เพื่อภารกิจลับเพื่อบ้านเมืองจริง เหตุใดฝ่าบาทจึงสถาปนาองค์ชายสามเป็นรัชทายาทองค์ใหม่เล่า!
เห็นได้ชัดว่าฝ่าบาทเองก็มิทรงทราบว่าองค์ชายใหญ่ยังมีชีวิตอยู่ มิเช่นนั้นย่อมมิทรงปล่อยให้เกิดสถานการณ์อันน่ากระอักกระอ่วนเช่นในวันนี้แน่นอน เรื่องนี้ต้องโทษองค์ชายใหญ่ที่คิดการมิรอบคอบ จนทำให้เกิดเหตุการณ์รัชทายาทเก่าและใหม่ซ้อนทับกันเช่นนี้”
ใต้เท้าสิงที่ตัดสินคดีมานานปี เรื่องการใช้ฝีปากโต้เถียงย่อมไม่เคยแพ้ผู้ใด อีกทั้งเขายังดูไม่เกรงกลัวฮ่องเต้หลิงอวิ๋นเลยแม้แต่น้อย มิรู้ว่าเขาไปเอาความมั่นใจมาจากที่ใดกัน
“เหิมเกริม!” รองเสนาบดีชิวแค่นเสียงเย็น เมื่อเห็นเมิ่งฉีฮ่วนยืนนิ่งทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่ข้างๆ ก็คิดจะลากอีกฝ่ายเข้ามาร่วมวงด้วยทันที “มิทราบว่าเรื่องนี้ ท่านแม่ทัพเหล็กกล้ามีความเห็นประการใดบ้าง?”
“ข้าหรือ?” เมิ่งฉีฮ่วนเหลือบมองใต้เท้าชิวครู่หนึ่งก่อนจะตอบเรียบๆ ว่า “ข้าก็ยืนมองอยู่ตรงนี้อย่างไรเล่า”
“ท่าน…” ใต้เท้าชิวคิดไม่ถึงเลยว่าคนในสังกัดกรมกลาโหมด้วยกันที่ปกติจะแก่งแย่งกันเองบ้างก็ช่างเถอะ แต่ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ เมิ่งฉีฮ่วนยังมิวายเหน็บแนมเขา จนเขาโกรธจนพูดไม่ออก
เมิ่งฉีฮ่วนมองดูการถ