ะคังโหรวให้ไปเตรียมน้ำร้อนทันที นางต้องการจะสระผม
“ท่านหญิง ท่านยังอยู่ในช่วงอยู่ไฟนะเจ้าคะ ช่วงเวลานี้ห้ามสัมผัสน้ำหรือต้องลมเด็ดขาด มิเช่นนั้นจะเกิดโรคเรื้อรังตามมาในภายหลังได้” คังโหรวเอ่ยทัดทานด้วยความลำบากใจ “เมื่อคืนที่ท่านแม่ทัพอนุญาตให้ท่านอาบน้ำได้ก็เพราะภายในห้องอุ่นนั้นอบอุ่นยิ่งนัก แต่เส้นผมนี้มิใช่ว่าจะแห้งได้ง่าย ๆ ในเวลาอันสั้นนะเจ้าคะ”
ได้ฟังดังนั้น หลี่เยว่หานก็เกาศีรษะพลางขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด เพราะรู้สึกว่าเส้นผมของตนเริ่มมีกลิ่นไม่พึงประสงค์จนทนไม่ไหว นางจึงเอ่ยกล่อมคังโหรวอย่างใจเย็น
“คังโหรว เจ้าดูสิ วันนี้อากาศดีออกปานนี้ แสงแดดก็แรง อีกทั้งจวนเราก็มีผ้าแห้งตั้งมากมาย ต่อให้ข้าสระผม ประเดี๋ยวเดียวก็คงแห้งแล้ว อีกอย่างข้าอาบน้ำไปแล้วแต่ไม่ได้สระผม ก็เท่ากับว่าอาบไปเสียเปล่า หากไม่เชื่อเจ้าลองมาดมศีรษะข้าดูสิ มันส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยวจนข้าแทบทนไม่ไหวแล้ว!”
ระหว่างที่พูด หลี่เยว่หานพยายามจะลุกขึ้นจากเก้าอี้เอนหลัง หมายจะมุดศีรษะเข้าไปให้คังโหรวดมพิสูจน์ให้ชัดเจน…
คังโหรวและหมิงจูได้แต่ทำหน้าปั้นยาก
เส้นผมของหลี่เยว่หานนั้นทั้งดกและหนา ยามคลอดบุตรนางเสียเหงื่อไปมาก ทั้งยังต้องนอนซมอยู่บนเตียงเป็นเวลานาน เส้นผมจึงเริ่มส่งกลิ่นอับชื้น ทำให้นางรู้สึกอึดอัดอับชื้นจนสุดจะทน
คังโหรวและหมิงจูเกรงว่าหลี่เยว่หานจะจับไข้ จึงไม่เพียงแต่เตรียมน้ำร้อนจัดมาให้เท่านั้น แต่ยังห