่มลงมือเช็ดผมให้นางด้วยตนเอง
โชคดีที่แสงแดดแรงจัด ประกอบกับคังโหรวและหมิงจูเช็ดผมให้นางจนเกือบแห้งแล้ว เมื่อเมิ่งฉีฮ่วนมาบรรจงเช็ดซ้ำให้อีกรอบ เส้นผมของนางจึงแห้งสนิทในที่สุด
หลี่เยว่หานขดตัวอยู่ใต้เสื้อคลุมอย่างสงบเสงี่ยม นางถูกความเงียบขรึมของเมิ่งฉีฮ่วนทำให้หวาดเกรงจนเหงื่อซึม และไม่กล้าขยับเขยื้อนมือเท้าออกมาอีกเลย เมื่อเห็นว่าผมแห้งแล้ว นางตั้งใจจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง แต่ทันใดนั้นนางกลับรู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง เมิ่งฉีฮ่วนช้อนร่างนางขึ้นมาอุ้มไว้ เมื่อรู้ตัวอีกที นางก็กลับมานอนอยู่บนเตียงภายในห้องอุ่นเสียแล้ว…
หลี่เยว่หานเอ่ยอย่างจนใจ “ท่านอย่าโกรธเลยนะเจ้าคะ ศีรษะข้าส่งกลิ่นเหม็นมาก ข้าทนไม่ไหวจริง ๆ”
“ต่อให้เหม็นเพียงใดข้าก็ไม่รังเกียจ เจ้าจะอดทนอีกสักสองสามวันมิได้เชียวหรือ” เมิ่งฉีฮ่วนจัดการห่มผ้าให้นางจนมิดชิดพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ท่านไม่รังเกียจ แต่ข้ารังเกียจตัวเองนี่นา!” หลี่เยว่หานทอดถอนใจ “แค่คิดว่าทุกคืนท่านต้องโอบกอดสตรีที่ร่างกายส่งกลิ่นเหม็นเช่นข้านอน ข้าก็รู้สึกรำคาญตัวเองจะแย่อยู่แล้ว”
ได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของเมิ่งฉีฮ่วนก็พลันแดงซ่านขึ้นมา เขาแสร้งกระแอมไอแก้เก้อ “รออีกแค่สองวันก็ไม่ต่างกันหรอก”
หลี่เยว่หานชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อนึกออกว่าเขาสื่อถึงเรื่องใด นางก็เขินอายจนหน้าแดง คว้าหมอนปาใส่เขาในทันที “คนไร้ยางอาย!”
เมิ่งฉีฮ่วนรับหมอนเอาไว้ได้และแย้มยิ้ม