ปเสียเดี๋ยวนี้”
“หุบปาก!” จี้ซินเยว่ตวาดลั่น “เจ้าก็รู้ตัวว่าเป็นแค่บ่าว! นายจะสนทนากัน บ่าวมีสิทธิ์อะไรมาสอดปาก!”
“จี้ซินเยว่” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ไสหัวไปจากบ้านข้าเดี๋ยวนี้!”
“เหวินจั๋ว…” จี้ซินเยว่รีบอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร “ข้ารู้สำนึกผิดแล้ว ท่านยกโทษให้ข้าสักครั้งมิได้เชียวหรือ?”
“…” เมิ่งฉีฮ่วนถึงกับจนปัญญาในความหน้าหนาของนาง เขาไม่เคยคิดเลยว่าจี้ซินเยว่จะเป็นสตรีที่หลงตัวเองได้โล่ถึงเพียงนี้ “เฮ่อเจิ้งเทียน โยนฮูหยินสกุลเฉินผู้นี้ออกไป ต่อไปห้ามให้นางเหยียบย่างเข้ามาที่นี่อีกเด็ดขาด! แล้วสั่งคนในเมืองให้กระจายข่าวเรื่องที่นางเลี้ยงบุรุษบำเรอไว้ในจวนออกไป พรุ่งนี้ข้าต้องการได้ยินคนทั่วทุกตรอกซอกซอยวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความไม่รักนวลสงวนตัวของนางให้หนาหู!”
สิ้นคำกล่าว ใบหน้าของจี้ซินเยว่ซีดเผือดไปถึงลำคอ “เหวิน… เหวินจั๋ว ท่านจะทำอะไร… ข้า… แม้ข้าจะเลี้ยงบุรุษหน้าตาดีไว้ในจวนบ้าง แต่… แต่ข้าไม่เคยมีสัมพันธ์เกินเลยกับพวกเขานะ ท่านอย่าโกรธเลยได้หรือไม่… บรรดาชายบำเรอเหล่านั้นข้าปล่อยตัวไปหมดแล้ว ไม่เหลือไว้แม้แต่คนเดียว!”
“ฮูหยินสกุลเฉิน” เฮ่อเจิ้งเทียนเริ่มหมดความอดทน “นายท่านของข้ามิได้สนใจเรื่องของท่านเลยแม้แต่น้อย หากท่านยังคงดื้อดึงรบเร้าไม่เลิกราเช่นนี้ เกรงว่านายท่านมิเพียงจะกระจายข่าวเรื่องชายบำเรอให้คนทั้งเมืองรู้เท่านั้น แต่อาจจะกดดันหัวหน้าตระกูลเ