ฉินให้สั่งหย่าท่านด้วย”
เมื่อได้ฟัง จี้ซินเยว่รู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ ทว่าวงจรความคิดของนางกลับบิดเบี้ยวไปไกลจนกู่ไม่กลับ “เช่นนั้นหมายความว่า เหวินจั๋ว… ท่านมีใจคิดจะแต่งข้าเข้าจวนอย่างนั้นหรือ?” นางเอ่ยด้วยสีหน้ายินดี
“ตกลง! ข้าจะกลับไปบอกหัวหน้าตระกูลเฉินให้คืนอิสระแก่ข้า ขอเพียงได้อยู่กับเหวินจั๋ว ต่อให้ต้องเป็นเมียน้อยข้าก็ยอม ข้าทนได้หากจะต้องถูกนังบ้านนอกหลี่เยว่หานขี่คอ!”
สิ้นเสียงนั้น เมิ่งฉีฮ่วนเหลืออดจนถึงขีดสุด เขาพุ่งเข้าไปเหยียบจี้ซินเยว่ลงกับพื้นอย่างแรง “ข้าหยิบยื่นเกียรติให้แล้ว แต่เจ้ากลับโยนมันทิ้งเอง จี้ซินเยว่ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เจ้ากลายเป็นคนไร้ยางอายถึงเพียงนี้? ข้าบอกไปหลายครั้งแล้วว่าข้ามิได้มีใจปฏิพัทธ์ต่อเจ้าเลยแม้แต่น้อย เลิกหลงละเมอเพ้อพกเสียที!”
กล่าวจบ เมิ่งฉีฮ่วนก็ถีบจี้ซินเยว่ตกบันไดไปคราหนึ่ง ก่อนจะสะบัดหน้าเดินจากไปทันที
สำหรับเขา การเสียเวลาให้กับสตรีผู้นี้ สู้กลับไปนั่งกินข้าวเป็นเพื่อนหลี่เยว่หานยังจะมีค่าเสียกว่า!
เฮ่อเจิ้งเทียนไม่รอช้า รีบเข้าไปคว้าตัวจี้ซินเยว่ลากไปที่ประตูคฤหาสน์เมิ่ง แล้วโยนนางออกไปข้างนอกก่อนจะปิดประตูลงกลอนเสียงดังสนั่น
วันต่อมา ข่าวเรื่องที่จี้ซินเยว่เลี้ยงชายบำเรอและคอยตามตื๊อเมิ่งฉีฮ่วน ทั้งยังเที่ยวไปปั้นเรื่องใส่ร้ายหลี่เยว่หาน ก็แพร่สะพัดไปทั่วทุกหัวระแหงในเมืองหลวงภายในชั่วพริบตา
ณ หอสุราแปดเซียน
“เจ้าว่า