เรื่องเหล่านี้มีคนจงใจปล่อยข่าวออกมาอย่างนั้นหรือ?” จงเจิ้งเสียนหมุนถ้วยหยกขาวในมือเล่นพลางเอ่ยถามอู๋หัวด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม
“สายข่าวรายงานมาเช่นนั้นขอรับ” อู๋หัวตอบ “เพียงแต่ข้าน้อยไม่เข้าใจว่า เหตุใดใต้เท้าเมิ่งที่เป็นบุรุษอกสามศอก ถึงต้องรังแกสตรีผู้อ่อนแอ เช่นนั้นด้วย”
“สตรีผู้อ่อนแอ? จี้ซินเยว่มิใช่สตรีอ่อนแอหรอก” จงเจิ้งเสียนวางถ้วยหยกขาวลงบนโต๊ะ “ในอดีตเพื่อที่จะได้โดดเด่นเหนือใคร นางเคยปั่นหัวเหล่าบัณฑิตในเมืองหลวงมานักต่อนัก สตรีผู้นี้ในใจมีแต่เรื่องผลประโยชน์ ไม่เคยมีใจจริงให้ผู้ใด”
“แต่ที่บ่าวเคยได้ยินมา ท่านเคยบอกว่าใต้เท้าเมิ่งกับแม่นางจี้เคยเป็นคู่กิ่งทองใบหยกที่คนทั้งเมืองยกย่องมิใช่หรือขอรับ?” อู๋หัวยังคงสงสัย
“คนหนึ่งคือยอดบัณฑิตอันดับหนึ่ง อีกคนคือยอดหญิงอัจฉริยะอันดับหนึ่ง ทั้งสองเคยพบปะกันในงานประชันบทกวีหลายครา และเคยโต้เถียงกันเรื่องบทกวีเพียงบทเดียว ในสายตาคนนอก ย่อมมองว่าเป็นคู่ที่สวรรค์สร้างอย่างไม่ต้องสงสัย” จงเจิ้งเสียนรินน้ำชาลงในถ้วยหยกขาวแล้วจิบเบา ๆ
“เพียงแต่ในตอนนั้น เมิ่งเหวินจั๋วไม่เคยมีใจให้สตรีผู้นี้เลยแม้แต่น้อย แต่เพื่อรักษาน้ำใจไม่ให้สตรีต้องเสียหน้าจนเกินไป เขาจึงยอมเออออไปตามน้ำเพื่อให้นางได้มีที่ยืนในสังคมเท่านั้นเอง”
อู๋หัวฟังแล้วก็ได้แต่เกาหัวด้วยความมึนงง ไม่เข้าใจในความซับซ้อนนี้
จงเจิ้งเสียนมิได้อธิบายต่อ เขาเพียงจิบช