ยายตัวจนถึงระดับที่ต้องกำจัดทิ้งเสียที และการจะทำให้จงเจิ้งเซวียนเผยพิรุธออกมา จำต้องทำลายความสมดุลจอมปลอมที่รักษาไว้มานาน ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นจึงทรงข้ามลำดับขององค์ชายรอง และแต่งตั้งจงเจิ้งอวี่ขึ้นเป็นรัชทายาทโดยตรง
ในขณะเดียวกัน จินเสวี่ยเอ๋อร์ก็ได้ตามหาจนพบหมู่บ้านไป๋อวิ๋น ทำให้สองสามีภรรยาเมิ่งฉีฮ่วนเข้าใจว่าความสมดุลได้ถูกทำลายลงแล้ว หลี่เยว่หานจึงแสร้งตายและจากหมู่บ้านไป๋อวิ๋นไป โดยใช้ชื่อปลอมว่าหานเยว่เพื่อพำนักที่หมู่บ้านจางหนิง ส่วนเมิ่งฉีฮ่วนได้รับราชโองการลับจากฮ่องเต้หลิงอวิ๋นให้กลับคืนสู่เมืองหลวง เพื่อเริ่มทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้แก่รัชทายาทองค์ใหม่จงเจิ้งอวี่
“เพราะเหตุใดกัน” เมิ่งฉีฮ่วนมองจงเจิ้งเสียนที่ไม่ได้พบหน้ากันถึงสี่ปีด้วยแววตาเหลือเชื่อ “เหตุใดท่านและฝ่าบาทจึงต้องเพียรพยายามถึงเพียงนี้เพื่อกำจัดองค์ชายรอง?”
“หากเจ้าสองไม่ได้ลุ่มหลงมัวเมากับการซ่องสุมกำลังของตนเองถึงเพียงนั้น ข้าและเสด็จพ่อก็คงมิคิดจะกำจัดเขา” จงเจิ้งเสียนยังคงท่าทางสง่างามดั่งปัญญาชนเช่นในอดีต “น่าเสียดายที่เจ้าสองมีความทะเยอทะยานแรงกล้าเกินไป ไม่เพียงลอบวางวิชากู่แก่ผู้ที่จงรักภักดีต่อตนเอง แม้แต่เสด็จพ่อในครานั้นก็เคยต้องมนต์ของเขามาแล้ว”
“ต่อให้องค์ชายรองจะมีใจคิดคดเพียงใด แต่พวกท่านก็ไม่จำเป็นต้องบีบคั้นเขาถึงเพียงนี้!” เมิ่งฉีฮ่วนรู้สึกว่าความเชื่อมั่นที่เขายึดถือมาตลอดพังทลายลงแทบจะในทัน