ที ไม่เคยมีช่วงเวลาใดที่เขาจะรู้สึกว่าจงเจิ้งเสียนดูแปลกหน้าไปมากกว่ายามนี้อีกแล้ว
“เหวินจั๋ว เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ไม่ใช่พวกเราที่บีบคั้นเขา แต่เป็นเจ้าสองที่บีบคั้นพวกเราต่างหาก” จงเจิ้งเสียนยังคงมองเมิ่งฉีฮ่วนด้วยท่าทีสงบนิ่ง “หลายปีมานี้ไม่รู้ว่าเจ้าสองใช้มนต์คุณไสยทำร้ายผู้คนไปมากเท่าใด ข้าลอบสืบหาข้อมูลมาเนิ่นนาน จึงพบว่าเหล่าขุนนางและเศรษฐีที่เสียชีวิตอย่างปริศนาล้วนมีร่องรอยของมนต์คุณไสยทั้งสิ้น”
“ผู้นำตระกูลเวินเก็บตัวเงียบไม่ก้าวออกจากจวนมานานหลายปี และมอบหมายกิจการทั้งหมดให้บุตรชายทั้งสามดูแล ก็เพราะต้องวิชากู่ หากไม่ใช่เพราะตระกูลเวินมีทรัพย์สินมหาศาลจนสามารถเชิญอาจารย์คุณไสยจากหนานเจียงมาช่วยเหลือไว้ได้ ผู้นำตระกูลเวินคงสิ้นชีพไปนานแล้ว และเพราะความช่วยเหลือของอาจารย์ท่านนั้น บุตรทั้งสามของตระกูลเวินจึงสามารถมีชีวิตรอดมาได้จนถึงยามนี้”
“เมื่อเจ้าสองไม่อาจโค่นล้มตระกูลเวินจากในที่ลับได้ จึงเริ่มลงมือในที่แจ้งด้วยการบีบคั้นกิจการของตระกูลเวินทุกวิถีทาง กิจการที่เขาแย่งชิงไปได้ล้วนถูกนำมาปั่นราคา โดยเฉพาะข้าวปลาอาหารที่เขาทำการค้ากำไรเกินควรและกักตุนสินค้า จนทำให้หลายปีมานี้เกิดทุพภิกขภัยบ่อยครั้ง การบรรเทาทุกข์ของราชสำนักจึงไม่เคยสัมฤทธิ์ผล ผู้ยากไร้เพิ่มจำนวนขึ้นทุกปี อีกทั้งเขายังลอบค้าเกลือเถื่อน โดยนำเกลือคุณภาพต่ำขายให้แก่ราษฎรตงฮั่น ส่วนเกลือคุณภาพดีกลับลอบส่งไปยังแคว้