นเลี่ยหลานและแคว้นเสวียนจิ้งเพื่อขายในราคาสูง”
“เหตุผลที่ข้าต้องหลบซ่อนตัว ประการแรกคือกังวลเรื่องคุณไสยของเจ้าสอง ประการที่สองคือต้องการสืบหาเบื้องลึกเบื้องหลังของเขาให้กระจ่างแจ้ง เพื่อที่จะได้ขุดรากถอนโคนเขาให้สิ้นซาก ำม่เช่นนั้นหากจับกุมได้เพียงตัวเขาคนเดียว ก็ไม่อาจดับไฟแค้นและปัญหาที่ค้างคาได้”
จงเจิ้งเสียนดูจะมีความอดทนเป็นพิเศษ เขาอธิบายเรื่องราวที่จงเจิ้งเซวียนทำตลอดหลายปีมานี้ให้เมิ่งฉีฮ่วนฟัง คล้ายต้องการเพียงให้เมิ่งฉีฮ่วนยอมให้อภัยต่อการปิดบังและหลอกลวงของเขา
“เหตุการณ์สะเทือนขวัญในครานั้น” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยขึ้นอย่างช้า ๆ หลังจากรับฟังเรื่องราวมากมาย “การสิ้นชีพของพระชายารัชทายาท… เป็นอุบัติเหตุหรือไม่?”
จงเจิ้งเสียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุบตาลง “หย่าทั่วแม้จะแต่งให้แก่ข้า แต่ความจริงนางลอบติดต่อกับเจ้าสองมาโดยตลอด”
เมิ่งฉีฮ่วนได้ยินเช่นนั้นก็จ้องมองจอกชาตรงหน้าอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “คืนบุตรสาวให้ข้า”
คำพูดนี้ทำให้อู๋หัวที่ยืนอยู่เบื้องหลังจงเจิ้งเสียนดูจะขัดเคืองยิ่งนัก “นายท่านอุตส่าห์พูดกับท่านตั้งมากมาย เพื่อหวังให้ท่านแสดงจุดยืนออกมา แต่นี่คือท่าทีของท่านอย่างนั้นหรือ!”
“อู๋หัว!” จงเจิ้งเสียนเอ่ยปรามเสียงเบา ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้แก่แม่นมที่อยู่ข้าง ๆ
เมิ่งฉีฮ่วนรับบุตรสาวมาจากอ้อมแขนของแม่นม เก็บรักษาลัญจกรหยกไว้ในแขนเสื้อตามเดิม จากนั้นจึงลุกขึ้