นยืนและก้มกายคำนับจงเจิ้งเสียนอย่างนอบน้อม เมื่อยืดตัวตรงแล้วเขาจึงกล่าวว่า “ไม่ว่าในอดีตจะเป็นเช่นไร หรือพระองค์จะทรงมีแผนการใด ยามนี้เมิ่งเหวินจั๋วได้รับพระราชโองการให้เป็นที่ปรึกษาแก่รัชทายาทองค์ปัจจุบัน ขอพระองค์ทรงเร่งเตรียมการเถิด”
กล่าวจบ เมิ่งฉีฮ่วนก็ไม่รอช้า เดินออกจากห้องรับรองไปในทันที
จงเจิ้งเสียนมองตามแผ่นหลังของเมิ่งฉีฮ่วนพลางถอนใจเบา ๆ “อู๋หัว ข้าทำผิดไปใช่หรือไม่?”
อู๋หัวชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้า “นายท่านคำนึงถึงใต้หล้า ทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของราษฎร ย่อมไม่มีความผิด!”
“ไม่ ข้าผิดเอง” จงเจิ้งเสียนหลุบตาลง “เหวินจั๋วรู้ดีว่าเรื่องของหย่าทั่วนั้น ข้าได้หลอกลวงเขา แต่ในครานั้นข้าก็ไม่รู้ว่าหย่าทั่วจะเกิดอุบัติเหตุ เดิมทีข้าตั้งใจจะหาทางให้นางหลบหนีไป แต่ทว่า… เฮ้อ…”
“นั่นเป็นเพราะพระนางวาสนาน้อยเอง จะโทษนายท่านไม่ได้!” อู๋หัวกล่าวอย่างหนักแน่น
จงเจิ้งเสียนไม่ได้เอ่ยสิ่งใดต่อ เขาเพียงทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง มองดูเมิ่งฉีฮ่วนที่โอบอุ้มทารกน้อยขึ้นหลังม้า แล้วค่อย ๆ ควบม้าไปทางจวนขุนพลช้า ๆ
“หากครานั้นข้าจัดการเรื่องราวให้รอบคอบกว่านี้ หย่าทั่วคงไม่ต้องมีจุดจบเช่นนั้น” จงเจิ้งเสียนกล่าวด้วยสายตาพร่าเลือน คล้ายหวนระลึกถึงอดีต มุมปากปรากฏรอยยิ้มขมขื่นเล็กน้อย
อู๋หัวยืนนิ่งอยู่ด้านข้างไม่ได้สอดคำ
เขาจากเกาะถงเซิงมาเมื่อสี่ปีก่อนและถูกส่งมาอยู่ข้างกายจงเจิ้งเสียนโดยตรง ย