ามฉงนสงสัย “เจ้ากำลังจะไปแล้วหรือ? ที่นี่… คือบ้านของเจ้าอย่างนั้นหรือ?”
ขณะที่พูด เมิ่งฉีฮ่วนก็กวาดสายตามองไปรอบบริเวณ สายตาของเขาหยุดลงที่ร่างไร้วิญญาณของหลี่ต้าเฉิงและหวังเฟิ่งที่นั่งนิ่งอยู่บนพื้น คิ้วของเขาขมวดมุ่น “เกิดเรื่องใดขึ้นที่นี่? เยว่หาน มาหาข้าเถอะ ดีหรือไม่”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็ปล่อยโฮออกมาและโผเข้าหาเมิ่งฉีฮ่วน เธอกอดคอเขาไว้แน่นพลางร้องไห้สะอึกสะอื้น “เหตุใดท่านจึงไม่กลับบ้าน ท่านรู้หรือไม่ว่าข้าหวาดกลัวเพียงใด ข้ากลัวแทบตายอยู่แล้ว เหตุใดท่านถึงยังไม่กลับบ้านเสียที!”
เมิ่งฉีฮ่วนเองก็สับสนไม่น้อย เขาโอบกอดสตรีตัวน้อยในอ้อมแขนไว้เนิ่นนานโดยไม่รู้จะพูดคำใดออกมา
เขาปลอมตัวเป็นองค์ชายรองจงเจิ้งเซวียนลอบเข้าไปในแคว้นเสวียนจิ้งได้อย่างราบรื่น ทว่าตั้งแต่เมื่อวานนี้ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด ร่างกายของเขาจึงเริ่มรุมเร้าด้วยพิษไข้
ทีแรกเขานึกว่าเพียงแค่ต้องลมเย็นจึงได้นำยาที่ปรุงจากน้ำพุวิญญาณขึ้นมาทาน ทว่าอาการกลับไม่บรรเทาลงเลย หลังจากผ่านไปหนึ่งวันหนึ่งคืน ไข้กลับยิ่งทรุดหนักกว่าเดิม
เมื่อเช้าเขายังพอลุกขึ้นมาทานอะไรได้บ้าง แต่พอตกเที่ยงเขาก็ลุกจากเตียงไม่ขึ้นแล้ว สติสัมปชัญญะของเขาเดี๋ยวแจ่มชัดเดี๋ยวพร่าเลือน จนกระทั่งต่อมาเขาก็ได้เห็นหลี่เยว่หานอยู่ในห้องที่แปลกตา กำลังทุบตีใครคนหนึ่งอย่างบ้าคลั่ง
แม้ว่า… มือและเท้าของเธอจะโปร่งแสงจนทะลุผ่านร่างกายของสตร