ีผู้นั้นไปก็ตาม
แต่ยังนับว่าโชคดีที่เมิ่งฉีฮ่วนยังสามารถสัมผัสตัวหลี่เยว่หานได้
เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้อย่างเจ็บปวดของสตรีในอ้อมกอด เมิ่งฉีฮ่วนก็รู้สึกปวดใจเหลือเกิน เขาไม่มีเวลามาสืบหาความจริงว่าเหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ เพราะมัวแต่พะวักพะวนกับการปลอบประโลมหลี่เยว่หาน
หลี่เยว่หานเองก็ไม่รู้ว่าเหตุใดเธอจึงกลับมาที่นี่ และยิ่งไม่รู้ว่าเหตุใดเมิ่งฉีฮ่วนถึงมาปรากฏตัวพร้อมกันได้ ทั้งสองนั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น มองดูเจ้าหน้าที่ทางการถ่ายรูปเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ ใช้ถุงห่อศพลากร่างของหลี่ต้าเฉิงออกไป และใส่กุญแจมือหวังเฟิ่งขึ้นรถไป
ไม่นาน ความผิดฐานฆาตกรรมของหวังเฟิ่งก็กระจ่างชัด พร้อมกับความจริงเรื่องการตายของหลี่เยว่หานที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมา
อดีตเพื่อนร่วมทีมอาสาสมัครที่เคยทำงานร่วมกับหลี่เยว่หาน หลังจากเดินทางกลับประเทศก็ได้ลาออกจากองค์กรและสอบเข้าสู่ระบบยุติธรรมจนได้เป็นนิติแพทย์ ในระหว่างการพิจารณาคดีของหวังเฟิ่ง เพื่อนร่วมทีมคนนี้ได้พบรายงานการชันสูตรศพของหลี่เยว่หาน
ซึ่งระบุว่าในเลือดของเธอมีส่วนประกอบของยากระตุ้นกำหนัดในปริมาณมาก และคนขับรถที่ไปรับหลี่เยว่หานในวันนั้นก็ถูกตรวจสอบพบว่าเป็นหลานชายของหวังเฟิ่ง
พวกเขานำน้ำที่ผสมยาเร้ากำหนัดไว้บนรถ ให้หลี่เยว่หานที่เพิ่งลงจากเครื่องบินทั้งเหนื่อยและกระหายดื่มเข้าไป จากนั้นก็ส่งตัวเธอไปยังโรงแรมโดยตรง เพื่อขายให้กับชายที่ดูหยาบโลนคนหนึ่ง