งทัพใหญ่ติดตามเขาไปที่ท่าเรือเหวินไห่อย่างแน่นอน เพื่อขัดขวางไม่ให้เขาไปรวมพลกับแคว้นเหลี่ยหลาน เพราะชายแดนทิศตะวันตกเฉียงเหนือสงบมาหลายปีแล้ว แม้แคว้นเสวียนจิ้งจะมีความเคลื่อนไหว แต่ในเวลาอันสั้นก็คงไม่สามารถก่อกวนอะไรได้มากนัก”
“ท่านแม่ทัพ…” ผู้รองแม่ทัพอวี่เปิดปากอย่างระมัดระวัง “ตามปกติแล้ว พวกข้าควรจะไปท่าเรือเหวินไห่ตามล่าฝ่าบาทองค์ที่สองต่างหาก…”
“ไม่” เมิ่งฉีฮ่วนปิดแผนที่ลง “ถือโอกาสยามค่ำคืนพวกข้าออกจากเมืองทันที พักผ่อนคืนหนึ่ง พรุ่งนี้กองทัพใหญ่จะยกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ”
“เพราะเหตุใด?” ไม่เพียงแค่ผู้รองแม่ทัพอวี่ที่ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร แม้แต่คนอื่น ๆ ก็ไม่เข้าใจเช่นกัน
เมิ่งฉีฮ่วนหลับตาลง ดูเหมือนจะไม่ค่อยอดทน แต่ครู่ต่อมาก็อดกลั้นใจอธิบาย “จงเจิ้งเสียนสามารถนำคนของแคว้นเหลี่ยหลานเข้ามาที่เมืองหนิงฉือโดยไม่มีใครรู้ได้ เขาย่อมมีวิธีส่งคนของแคว้นเหลี่ยหลานไปยังแคว้นเสวียนจิ้งได้แน่นอน บวกกับเจ้าหญิงใหญ่ของแคว้นเหลี่ยหลานเป็นพระราชินีของแคว้นเสวียนจิ้งในเวลานี้ แคว้นเสวียนจิ้งไม่ใช่แคว้นอ่อนแอเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว”
“เพียงแต่พวกข้าทหารหนึ่งแสนคนนี้ข้ามภูเขาที่กั้นระหว่างเมืองหนิงฉือกับท่าเรือเหวินไห่ แคว้นเสวียนจิ้งจะต้องก่อกบฏทันที ยึดชายแดนทิศตะวันตกเฉียงเหนือทั้งหมด ถึงเวลานั้น หากพวกข้าจะกลับไปสนับสนุน ย่อมมาไม่ทันอย่างแน่นอน”
ผู้รองแม่ทัพอวี่ยังคงไม่เข้าใจ “แคว้นเ