ุด แล้วจะนับเป็นตัวเอกได้อย่างไร”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลี่เยว่หานรู้สึกระแวงขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ นางสลัดมือของหรวนชื่อออกอย่างแนบเนียนพลางยิ้มพูดว่า “จะพูดเช่นนั้นก็ไม่ได้ ข้าเป็นเพียงสาวบ้านนอกที่ไม่มีระเบียบแบบแผน ถึงแม้จะมีวาสนาได้รับความโปรดปรานจากราชสำนักบ้าง แต่ก็รู้ขีดจำกัดของตัวเอง ท่านหญิงหรวน ที่นั่งนี้ข้าไม่สามารถนั่งได้จริง ๆ”
หลี่เยว่หานปฏิเสธชัดเจนขนาดนี้แล้ว คนทั่วไปคงไม่รบเร้านางอีก
แต่หรวนชื่อกลับไม่ยอม ยิ้มพลางยื่นมือไปดึงหลี่เยว่หานอีกครั้ง “เรื่องพื้นเพอะไรกัน ตอนนี้ทุกคนก็รู้ว่าท่านคือภรรยาของแม่ทัพ เป็นคุณหนูของจวนกั๋วกง และยังเป็นผู้มีพระคุณของราชวงศ์ คนทั้งหมดที่นั่งอยู่ตรงนี้รวมกันก็ยังไม่สูงศักดิ์เท่าท่าน ตำแหน่งนี้มีเพียงท่านเท่านั้นที่นั่งได้”
ยิ่งหรวนชื่อทำเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล นางจึงหลบมือหรวนชื่อทันที แล้วพาสาวใช้ทั้งสองไปนั่งที่แรกทางซ้ายมือโดยไม่พูดอะไร “ท่านหญิงหรวน ข้าเป็นเพียงรุ่นน้อง นั่งตรงนี้เหมาะสมกว่า”
หรวนชื่อไม่ทันตั้งตัวว่าหลี่เยว่หานที่กำลังตั้งครรภ์จะเคลื่อนไหวว่องไวถึงเพียงนี้ แต่ตอนนี้คงไม่เหมาะที่จะดึงหลี่เยว่หานลุกจากที่นั่ง เพราะจะดูจงใจเกินไป จึงยิ้มแล้วหาทางออกให้ตัวเอง “เฮ้อ เจ้าช่างเป็นเด็กที่รู้ความเหลือเกิน ช่างเถอะ ๆ เจ้าจะนั่งตรงไหนก็ได้ ยังไงวันนี้ก็จัดงานเลี้ยงเพื่อขอขมาเจ้าอยู่แล้ว”
พูดจบ