หรวนชื่อก็หาที่นั่งของตัวเองและนั่งลง
บังเอิญเหลือเกินที่จี้ซินเยว่นั่งตรงข้ามหลี่เยว่หาน สายตาของทั้งสองสบกันกลางอากาศ หลี่เยว่หานยังไม่ทันหันไป ก็เห็นมุมปากของจี้ซินเยว่ยกขึ้น
ราวกับเห็นหลี่เยว่หานอับอายและรู้สึกพอใจมาก
หัวใจของหลี่เยว่หานกระตุก สัญญาณเตือนภัยดังก้องในใจ นางเรียกคังโหรวมากระซิบถาม “รู้หรือไม่ว่าในเมืองหลวงมีท่านหญิงองค์ใดที่มีฐานะสูงศักดิ์และไม่ชอบออกงาน”
หลังจากได้ฟังคำพูดนั้น คังโหรวขมวดคิ้วครุ่นคิดอย่างละเอียด ก่อนจะตอบว่า “ที่จริงแล้วมีชายาองค์หนึ่งของพระมหากษัตริย์ นางเป็นพระญาติร่วมสายเลือดของฝ่าบาท และเป็นหญิงม่ายของพระมหาษัตริย์”
หลี่เยว่หานขมวดคิ้ว “นางไม่ชอบเข้าสังคมหรือ?”
“ชายาของกษัตริย์มีนิสัยเย็นชา หลังจากกษัตริย์สิ้นพระชนม์ก็แทบไม่ปรากฏตัวต่อหน้าผู้คน จะมีก็แต่งานเลี้ยงในวังช่วงวันตรุษจีนเท่านั้นที่จะได้เห็นนาง” คังโหรวรีบอธิบาย “บ่าวนึกขึ้นได้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ ชายากษัตริย์ได้ยินเรื่องสุสานใต้ดินที่หรูอี้เกอ นางได้ไปพบองค์หญิงใหญ่โดยเฉพาะ มีข่าวลือว่าต้องการพบท่านหญิงจึงขอให้องค์หญิงใหญ่ช่วยแนะนำตัว บอกว่าการไปจวนขุนพลโดยไม่มีการแนะนำนั้นไม่เหมาะสม”
“แล้วต่อมาเป็นอย่างไร?” หลี่เยว่หานถามเสียงเบา
“องค์หญิงใหญ่ตกลง แต่เพราะเรื่องขององค์หญิงเยว่เหยา จึงล่าช้าไป” คังโหรวรีบพูด “ตระกูลเฉินคงขอร้องชายากษัตริย์มา โชคดีที่ท่านหญิงไม่ได้นั่งที่นั่งประธาน