ัก จะว่าเจ้าฉลาดก็ไม่ใช่ แต่ดูตอนนี้สิ เจ้ากำลังทำเรื่องโง่ ๆ” อวี๋เจ๋อฟางจำต้องอธิบายกับฟางจื่อหลานอย่างอ่อนโยนและอดทน “ลูกศิษย์ของท่านพ่อมีอยู่ทั่วหล้า เจ้าคิดว่าฝ่าบาทจะไม่หวาดระแวงหรือ เจ้าเห็นข้าทำอะไรระมัดระวังมากขึ้นทุกปี ก็น่าจะรู้ว่าจวนซิงกั๋วของพวกเราตอนนี้ยิ่งใหญ่จนเป็นที่จับตามองแล้ว”
เมื่อได้ฟังคำพูดของอวี๋เจ๋อฟาง ฟางจื่อหลานก็ขมวดคิ้วพลางพยักหน้า “เป็นเช่นนั้น ฝ่าบาทส่งคนมาที่จวนหลายครั้ง หวังจะเชิญท่านกลับเข้าราชสำนัก ท่านปฏิเสธทุกครั้ง และไม่ยอมให้สาขารองของจวนกั๋วกงเข้ารับราชการ ก็เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาและรักษาตัวต่ำ ไม่ให้จวนกั๋วกงเป็นที่จับตามองอีก”
“ยามนี้สถานการณ์ในราชสำนักตึงเครียดนัก หากจวนกั๋วกงพลาดพลั้งเพียงนิด ก็จะกลายเป็นเป้าของผู้อื่นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเมิ่งเหวินจั๋วนอกจากจะเดิมพันว่ามิตรภาพของพวกเราที่มีต่อหลี่เยว่หานจริงใจหรือไม่แล้ว ก็ยังเดิมพันกับความหวาดระแวงของจวนอ๋องด้วย” อวี๋เจ๋อฟางพูดพลางอดถอนหายใจไม่ได้ “เมิ่งเหวินจั๋วฉลาดจริง ๆ คิดได้ทุกแง่มุม ข้าเคยพูดคุยกับเขาสองสามครั้ง ถึงได้รู้ว่าหากหลี่เยว่หานไม่ตั้งครรภ์และมาถึงเมืองหลวงจนทำให้แผนการเดิมของเขาวุ่นวาย เมืองหลวงคงเปลี่ยนแปลงไปนานแล้ว”
ฟางจื่อหลานฟังอวี๋เจ๋อฟางวิเคราะห์แล้วรู้สึกใจหายเล็กน้อย “เช่นนั้น ที่จริงการที่พวกเราดีกับหลี่เยว่หาน ก็เป็นการแอบอาศัยกำลังของจวนขุนพลเพื่อปกป้องจวนกั๋ว