งพูดต่ออย่างระมัดระวังว่า “ฮ่องเต้ทรงเห็นว่าแม้ตระกูลจี้จะทำผิดร้ายแรง แต่ก็ไม่ถึงกับต้องประหารชีวิต แต่ตระกูลจี้ก็เป็นตระกูลใหญ่ ตัดหัวแล้วหางยังกระดิก จึงทรงปรึกษากับท่านเฉิน จี้ซินเยว่จึงได้แต่งงานกับท่านเฉิน”
“เรื่องราวในตอนนั้นดูเหมือนว่าการที่ตระกูลเฉินและตระกูลจี้แต่งงานกัน ทำให้ฮ่องเต้ทรงเห็นแก่หน้าท่านเฉินที่มีความดีความชอบ ไม่ทรงสืบสวนความผิดของตระกูลจี้ต่อ แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่เคยหยุดกดดันตระกูลจี้ ดังนั้นหลังจากจี้ซินเยว่แต่งเข้าจวนเฉินไม่กี่ปี ตระกูลจี้ก็ตกต่ำจนแทบจำไม่ได้ ปัจจุบันทายาทสายตรงของตระกูลจี้เหลือเพียงจี้ซินเยว่เท่านั้น ที่เหลือล้วนเป็นญาติห่าง ๆ ที่ไม่มีอำนาจและไม่มีจุดยืน ไม่อาจก่อเรื่องใหญ่ได้”
หลังจากฟังคำพูดของคังโหรว หลี่เยว่หานรู้สึกปั่นป่วนในใจไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
มีคำกล่าวว่าการอยู่ใกล้ฮ่องเต้ก็เหมือนอยู่ใกล้เสือ ตอนที่นางได้พบกับฮ่องเต้หลิงอวิ๋นครั้งแรก นางคิดว่าคำพูดนี้ช่างเกินจริงเหลือเกิน แม้ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นจะเป็นฮ่องเต้ แต่ก็เป็นคนที่เข้าถึงง่าย ไม่เหมือนคนที่จะพลิกหน้ามือเป็นหลังมือได้ทุกเมื่อ
แต่ไม่คิดว่าเบื้องหลังเขาจะมีการวางแผนที่แยบยลมากมายเช่นนี้
คงเป็นไปได้ว่าสายเลือดหลักของตระกูลจี้จนวันตายก็ยังไม่รู้ว่าทั้งหมดนี้คือการที่ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นใช้มีดที่ไม่มีคมค่อย ๆ เฉือนเนื้อออกไป… ส่วนลูกสาวคนโตคนเดียวที่เหลืออยู่ จี้ซินเยว่ ก็เป็