ี่ยมเจียมตัว ก็อาจถูกไล่ออกไปเช่นกัน
เมื่อได้ยินเสียงหลี่หรงหรงคุยกับสาวใช้อยู่ข้างนอก หลิ่วจื้อหย่วนก็ตกใจมาก กลั้นหายใจฟังจนเสียงฝีเท้าเดินห่างออกไป จึงรีบคว้ามือท่านหญิงหลิ่วเอ้อร์พลางกระซิบว่า “ท่านแม่ ทำอย่างไรดี! ฟังจากที่นังผู้หญิงสารเลวหลี่หรงหรงพูดแล้ว ดูเหมือนว่าข้าจะก่อเรื่องใหญ่เข้าจริง ๆ!”
ท่านหญิงหลิ่วเอ้อร์ก็ร้อนใจไม่แพ้กัน แต่ถึงอย่างไรนางก็เข้าใจหลิ่วเทียนเสียงมากกว่า จึงสงบสติอารมณ์แล้วปลอบหลิ่วจื้อหย่วนว่า “จื้อหย่วน เจ้าอย่าเพิ่งกลัวไป คดีที่ถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเงินบริจาคเป็นเรื่องของเมื่อวาน คงมีคนพูดถึงเรื่องที่เจ้าพูดจาไม่ระวังที่หอฝานเทียนในศาลด้วย ท่านพ่อเจ้าเมื่อวานยังไม่เอาเรื่อง วันนี้ก็คงไม่มาหาเรื่องเจ้าหรอก สิ่งสำคัญตอนนี้คือต้องทำให้ท่านพ่อเจ้าอารมณ์ดี!”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลิ่วจื้อหย่วนก็โล่งใจ เขาครุ่นคิดอย่างจริงจังอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ดวงตาจะเป็นประกายขึ้นมา “คิดออกแล้ว! ท่านแม่ พวกเราไปมอบของขวัญให้หลี่เยว่หานกันเถอะ! แค่ทำให้หลี่เยว่หานพอใจ ท่านพ่อก็คงไม่ว่าอะไรแล้ว!”
“แต่เจ้าเคยทำกับหลี่เยว่หานไว้ถึงเพียงนั้น นางจะให้หน้าเจ้าหรือ?” ท่านหญิงหลิ่วเอ้อร์ลังเลอยู่บ้าง
“จะสนทำไมว่าจะให้หน้าข้าหรือไม่ ขอเพียงแค่ไม่ไล่ข้าออกมาจากจวนขุนพลพอกลับมาแล้วข้าจะบอกว่าหลี่เยว่หานทำท่าทางอย่างไรก็ได้!” หลิ่วจื้อหย่วนรู้สึกว่าตนเองฉลาดเหลือเกิน! ยังไงท่านพ่อก็คง