ไม่ไปจวนขุนพลถามหลี่เยว่หานเพราะเรื่องแค่นี้หรอก
ขอเพียงเขาสามารถเข้าประตูจวนขุนพลได้ ไม่ว่าจะได้พบหลี่เยว่หานหรือไม่ก็ตาม กลับไปบอกหลิ่วเทียนเสียงว่าหลี่เยว่หานมีท่าทีเป็นมิตรกับเขามาก และไม่ได้โกรธเรื่องที่เขาพูดจาไม่ยั้งปากแต่อย่างใด ท่านพ่อของเขาก็คงไม่อาจโมโหได้
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลิ่วจื้อหย่วนก็นั่งไม่ติดอีกต่อไป รีบลุกขึ้นไปหยิบเครื่องประดับที่มีคุณภาพดีหลายชิ้นจากกล่องเครื่องประดับของท่านแม่มาห่อ ทำเอาท่านหญิงหลิ่วเอ้อร์ปวดใจ จึงบ่นว่า “แม้หลี่เยว่หานตอนนี้จะมีฐานะสูงส่ง แต่นางก็เป็นแค่สาวบ้านนอก ให้ของดี ๆ แบบนี้ไปมันไม่เสียของเปล่า ๆ หรือ!”
เมื่อพูดจบ ท่านหญิงหลิ่วเอ้อร์ก็รู้สึกว่าที่ตนพูดนั้นมีเหตุผล จึงถอดต่างหูทองคำที่มีคุณภาพไม่ดีนักออกจากหู แล้วถอดปิ่นมุกสองอันบนศีรษะลง เปลี่ยนสร้อยไข่มุกสองเส้น ลูกประคำหยกแก้วคุณภาพดีหนึ่งสาย และกำไลทองคำบริสุทธิ์สองวงที่หลิ่วจื้อหย่วนหยิบออกมา
“ท่านแม่ แบบนี้ไม่ดีกระมัง” หลิ่วจื้อหย่วนเห็นของดีในมือถูกท่านแม่เอากลับไปหมด แล้วเปลี่ยนเป็นเครื่องประดับที่นางใช้ประจำ จึงขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้ “แม้หลี่เยว่หานจะเป็นเด็กสาวบ้านนอก แต่ตอนนี้ก็เป็นคนมีฐานะมีตำแหน่ง พวกเราเอาของพวกนี้ไปให้เป็นของขวัญ นางอาจจะไม่พอใจก็ได้นะ”
“ไม่พอใจแล้วยังไง!” ท่านหญิงหลิ่วเอ้อร์พูดอย่างหนักแน่น “พูดไปแล้วข้าก็เป็นผู้อาวุโสของนาง ผู้อาวุโสให้ของนาง จะมาเลือก