ว่าพอใจหรือไม่พอใจได้หรือ อีกอย่าง ตระกูลหลิวของพวกเราตอนนี้เป็นอย่างไรนางก็รู้ดี ในช่วงเวลาแบบนี้ยังส่งของให้นางได้ แถมให้เจ้าทายาทชายคนเดียวของตระกูลหลิวไปเยี่ยมนางอีก นั่นก็เป็นการให้เกียรตินางมากพอแล้ว!”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น หลิ่วจื้อหย่วนรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง แต่น่าเสียดายที่ท่านหญิงหลิ่วเอ้อร์ไม่ให้เวลาเขาคิดให้ถี่ถ้วน รีบผลักเขาออกจากห้องอุ่น ส่งขึ้นรถม้าด้วยตัวเอง แล้วเร่งให้คนขับรถรีบไปจวนขุนพล
ทางด้านนี้
หลี่เยว่หานเพิ่งกลับจากที่ว่าการ มาถึงจวนขุนพลกำลังรู้สึกเหนื่อยทั้งตัว คิดจะบอกหมิงจูว่าไม่ต้องเรียกนางไปกินอาหารกลางวัน นางขอนอนสักครู่ ตอนนั้นเอง เฮ่อเจิ้งเทียนก็บอกว่าหลิ่วจื้อหย่วนมาเยี่ยม ทำให้นางขมวดคิ้ว
“หลิ่วจื้อหย่วนมาทำอะไร” หลี่เยว่หานสงสัย “เขามาคนเดียวหรือมากับหลี่หรงหรง”
เฮ่อเจิ้งเทียนทำงานในจวนขุนพลมานาน ก็รู้จักคนของตระกูลหลิวยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลี่หรงหรงจึงตอบทันที “นายน้อยหลิ่วมาคนเดียวขอรับ ไม่ได้พาสาวใช้หรือบ่าวชายติดตามมาเลย”
ได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานมองไปที่หมิงจู”ก่อนที่จะปิดเมือง หวังเหอฮวาส่งข่าวจากไร่นามาที่จวนหลิวหรือไม่” หลิ่วจื้อหย่วนมาเยี่ยมแต่ไม่ได้พาหลี่หรงหรงมาด้วย หลี่เยว่หานจึงคิดเป็นธรรมดาว่าหลิ่วจื้อหย่วนมาเพราะเรื่องของหวังเหอฮวาเพราะนางกำลังตั้งครรภ์ หลิ่วจื้อหย่วนจะเป็นห่วงมากหน่อยก็เป็นเรื่องปกติ
“ทูลท่านหญิง” หมิงจูก้มหน้า “ที่ไร่