ห้ามเปิดเผยข้อมูลของพวกเขาแม้แต่น้อย ทำให้ท่านผู้ว่าการต้องตื่นขึ้นมาพร้อมกับความกลัดกลุ้ม
เมื่อข่าวเริ่มแพร่สะพัด มีคนสองกลุ่มเข้าวังตามหลังกัน คนหนึ่งรีบร้อนไปที่ตำหนักกว่างหยางของชุยกุ้ยเฟย อีกคนหนึ่งรีบเข้าไปในตำหนักซานเป่า
ในเวลาเดียวกัน ค่ายทหารชานเมืองก็ได้รับข่าว เมิ่งฉีฮ่วนรีบนำทหารองครักษ์กลุ่มหนึ่งกลับเข้าเมืองทันที
เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่า ร้านหรูอี้เก๋อจะมีความลับใหญ่เช่นนี้!
หากรู้แต่แรก คงไม่ปล่อยให้นางน้อยของเขาเข้าไปยุ่งเกี่ยวตามลำพัง!
สถานการณ์ในเมืองหลวงที่ตึงเครียดอยู่แล้ว ยิ่งเพิ่มความระส่ำระสายมากขึ้นเพราะเรื่องอัปยศของร้านหรูอี้เก๋อ
ชาวบ้านต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ว่า ร้านหรูอี้เก๋อเป็นกิจการของตระกูลชุย ที่พึ่งของตระกูลชุยคือชุยกุ้ยเฟย และชุยกุ้ยเฟยก็คือพระมารดาเลี้ยงขององค์ชายรอง เรื่องของร้านหรูอี้เก๋อจึงต้องเกี่ยวพันกับองค์ชายรองอย่างแน่นอน!
เมื่อคำวิจารณ์เหล่านี้เข้าหูองค์ชายรองจงเจิ้งเซวียน เขาโกรธจนทุบข้าวของในห้องแตกกระจาย แล้วรีบออกจากจวนเข้าวังเพื่อขอพบชุยกุ้ยเฟย
แต่ชุยกุ้ยเฟยถูกฮ่องเต้หลิงอวิ๋นสั่งกักบริเวณไปก่อนแล้ว องค์ชายรองถูกฮ่องเต้ดุด่าอย่างรุนแรง จึงต้องออกจากวังไปอย่างหมดท่า
ในเวลาเดียวกันนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็กลับมาถึงจวนขุนพล