าล ดังนั้นต้องสืบสวนเฉินหมิงให้ละเอียด!”
ท่านผู้ว่าการนั่งอยู่บนบัลลังก์ มือถือไม้เคาะบัลลังก์ พูดไม่ออกอยู่นาน
องค์รัชทายาทพระองค์นี้เหตุใดถึงได้คิดอะไรก็ทำตามนั้น ผู้เสียหายก็เป็นคนที่พระองค์พามา เมื่อครู่ก็ยังแสดงนัยว่าผู้ดูแลร้านโจวเป็นคนทำชั่ว แล้วเหตุใดถึงได้เปลี่ยนใจกะทันหัน!
ไม่นาน คนที่ไปเชิญหลิ่วเทียนเสียงและคนที่ไปสืบประวัติเฉินหมิงก็กลับมา
หลิ่วเทียนเสียงเห็นผู้ดูแลร้านโจวคุกเข่าอยู่บนพื้น ก็ตะลึงไป แล้วรีบจัดชายเสื้อคุกเข่าลงเช่นกัน กล่าวว่า “ข้าน้อยหลิ่วเทียนเสียง ขอคารวะท่านผู้พิพากษาผู้ทรงธรรม”
“ท่านหลิ่วลุกขึ้นพูดได้” ท่านผู้ว่าการยังไม่ทันพูด จงเจิ้งอวี่ที่อยู่ข้าง ๆ ก็เอ่ยขึ้นก่อน
หลิ่วเทียนเสียงชะงัก ไม่รู้ว่าจงเจิ้งอวี่เป็นใคร
สุดท้ายท่านผู้ว่าการจึงเอ่ยว่า “ท่านหลิ่ว ท่านผู้นี้คือองค์รัชทายาท พระองค์ให้ท่านยืนพูด ท่านก็ยืนเถิด”
“ข้าน้อยหลิ่วเทียนเสียง ขอบพระทัยองค์รัชทายาทที่ทรงเมตตา” หลังจากพูดจบ หลิ่วเทียนเสียงก็ลุกขึ้นยืน ยืนอย่างสงบเรียบร้อยอยู่ด้านข้าง แต่ในใจกลับเต้นระรัว
เขาไม่รู้เรื่องของร้านจือเป่าจายเลย เรื่องพวกนี้ผู้ดูแลร้านโจวมักไม่รายงานขึ้นมา นอกเสียจากว่าพวกเขาจะแก้ไขปัญหาไม่ได้จริง ๆ ถึงจะรายงานพร้อมกับการส่งบัญชี ดังนั้นตอนนี้หลิ่วเทียนเสียงจึงมืดแปดด้าน ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อเจ้าหน้าที่ที่ไปสืบสวนเฉินหมิงกลับมา ก็รีบเดินไปที่หน้าโต๊ะ