ารู้ได้อย่างไร!”
“ตอนนั้นพวกท่านทำเรื่องวุ่นวายกันใหญ่โต คนทั้งเมืองหลวงก็รู้กันหมด” หมิงจูฉวยโอกาสซ้ำเติมทันที
“หุบปาก! เมื่อนายเป็นผู้พูด เจ้าเป็นแค่บ่าวต่ำต้อย จะมาแทรกได้อย่างไร!” จี้ซินเยว่พูดจบก็ไม่สนใจภาพลักษณ์ คว้าตัวหมิงจูจะตบหน้า แต่ถูกแม่นมข้างฟางจื่อหลานห้ามเอาไว้
“ช่างเป็นสตรีผู้เลอเลิศแห่งเมืองหลวงเสียจริง ลงไม้ลงมือกับบ่าวต่ำต้อย ช่างมีมารยาทงดงามยิ่งนัก” ฟางจื่อหลานมองไปทางจี้ซินเยว่ด้วยสีหน้าเย็นชา
นางรู้สึกดูถูกจี้ซินเยว่อย่างที่สุด จวนเฉินประกาศว่ามีบ่าวป่วยวัณโรคตายไป แต่จวนกั๋วกงจะไม่มีสายลับได้อย่างไร ทั้งสังคมชั้นสูงต่างรู้ดีว่าจี้ซินเยว่พลาดท่าตีบุรุษในจวนตาย สตรีสกปรกเช่นนี้ ฟางจื่อหลานแค่มองยังรู้สึกว่าทำให้ดวงตาแปดเปื้อน
แต่ตอนนี้สตรีสกปรกผู้นี้กลับมารังแกหลี่เยว่หาน ฟางจื่อหลานผู้ชอบปกป้องคนของตนเองไม่คิดจะปล่อยไปง่าย ๆ
“ท่านหญิงกั๋วกงไม่ต้องมาประชดประชันข้าที่นี่!” จี้ซินเยว่ทำท่าไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น “หลานสาวของท่านตอนมาถึงเมืองหลวงก็ท้องมาแล้ว ผู้ใดจะรู้ว่านางไปมั่วสุมกับชายใดจนตั้งครรภ์ก่อนมาเมืองหลวง!”
‘เพียะ!’ ฟางจื่อหลานตบหน้าจี้ซินเยว่อย่างแรง จากนั้นก็จูงหลี่เยว่หานที่กำลังร้องไห้ออกไป ก่อนออกประตูได้สั่งหมิงจูว่า “นำนามบัตรของท่านหญิงเข้าวังไปพบฮองเฮา เล่าเรื่องวันนี้ให้ฮองเฮาฟังทุกอย่าง ให้พระนางตัดสินว่าใครถูกใครผิด”
พอได้ยินคำนี้ จี้ซินเยว่ก็ล