้า”
หลี่เยว่หานพยักหน้าเล็กน้อย มิได้ปฏิเสธทันที แต่ส่งสัญญาณให้หมิงจู สาวใช้ผู้รู้ความจึงรีบไปยืนเฝ้าหน้าประตู
จากนั้นหลี่เยว่หานจึงลดเสียงลงถามคุณหนูหลาน “ท่านลุงท่านป้ามีอะไรจะบอกอีกหรือไม่?”
คุณหนูหลานมีสีหน้ากระอักกระอ่วนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าและลดเสียงลงตอบ “ท่านพ่อท่านแม่ข้าบอกว่า หากพาเจ้ากลับไปไม่ได้ ข้าก็ต้องอยู่ที่นี่ ไม่เกินสิบวัน เมืองหลวงจะเกิดความวุ่นวาย”
หลี่เยว่หานนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ “อยู่กับข้า?”
“ใช่” คุณหนูหลานพยักหน้า “ข้าเรียนวิชาต่อสู้จากอาจารย์มาตั้งแต่เด็ก สามารถปกป้องเจ้าได้”
ได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานกลับรู้สึกแปลกใจ แต่ไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่มเติม “ในจวนขุนพลมีทั้งองครักษ์เงาและทหารยามมากมาย เจ้าไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่นัก กลับไปแจ้งท่านลุงท่านป้าว่า การป้องกันที่นี่แน่นหนาดั่งถังเหล็ก พวกเขาไม่ต้องกังวลไป ตอนนี้เมืองหลวงเริ่มไม่สงบ เจ้าร่วมรับประทานอาหารกลางวันก่อน แล้วกลับไปแต่เช้าตรู่เถิด”
“เจ้าไม่กลัวหรือ?” จู่ ๆ คุณหนูหลานก็จับมือหลี่เยว่หาน พลางมองด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความจริงใจ
“ข้ากลัว แต่ข้ารู้ดีว่าจวนกั๋วกงนั้นวางตัวเป็นกลางมานานหลายปี ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง ไม่ร่วมพรรคพวกสู้รบกัน แต่จวนขุนพลยามนี้กลับเลือกยืนเคียงข้างองค์รัชทายาทอย่างชัดเจน ข้าจึงไม่อาจลากจวนกั๋วกงให้เข้ามาเกี่ยวข้องได้ ดังนั้นเมื่อข้าส่งเจ้ากลับไปแล้ว เราคงต้องแสร้งทะเลาะกันเล็ก