งไม่ได้ ต้องกลับไปถามท่านพ่อและคุณปู่ของเจ้าก่อน”
“ไม่เร่งรีบหรอก” หลี่เยว่หานยิ้มหวานกล่าว “ข้าก็แค่มีความคิดนี้ หากตระกูลหลิ่วมีการค้าของตัวเองที่ต้องจัดการอยู่แล้ว ข้าก็จะไม่รบกวนท่านพ่อท่านแม่อีก เพียงแต่หากงานในมือข้ามอบให้ท่านพ่อท่านแม่จัดการ ข้าสามารถสัญญาได้ว่าจะแบ่งกำไรให้ตระกูลหลิ่วสองส่วนในทุกฤดู พร้อมกันนั้นข้าก็มีสองข้อกำหนด หนึ่งคือห้ามทำกิจการแย่ลงโดยเจตนา สองคืออย่าให้หลิ่วจื้อหย่วนยุ่งเกี่ยวกับเรื่องกิจการ”
เมื่อหลี่เยว่หานพูดออกมา หลิ่วฟูเหรินราวกับได้รับการดลใจสบตากับหลี่เยว่หาน
ใช่แล้ว! หลี่เยว่หานกำลังดึงนางเข้าข้าง!
เมื่อวานตอนอยู่ที่ตระกูลหลิ่ว หลิ่วฟูเหรินก็รู้สึกเช่นนี้ แต่เมื่อวานวุ่นวายเกินไป หลิ่วฟูเหรินเลยไม่ได้คิดลึกซึ้ง วันนี้ได้ยินหลี่เยว่หานพูดตรง ๆ ไม่ให้หลิ่วจื้อหย่วนยุ่งเรื่องกิจการ หลิ่วฟูเหรินก็เข้าใจในทันที
เมื่อหลิ่วจื้อหย่วนอายุมากขึ้น พลังของหลิ่วเทียนเสียงก็ไม่เหมือนแต่ก่อน อำนาจปกครองตระกูลนี้ไม่ช้าก็เร็วต้องตกเป็นของหลิ่วจื้อหย่วน ถึงตอนนั้น ก็จะถึงเวลาที่อนุผู้นั้นของจวนหลิ่วจะฟื้นคืนชีพ
หลายปีมานี้ แม้ฮูหยินคนที่สองของจวนหลิ่วจะแย่งอำนาจปกครองตระกูลจากนางไม่ได้ แต่เพราะให้กำเนิดบุตรชายคนเดียวของหลิ่วเทียนเสียง ก็ถือว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในตระกูลหลิ่ว หลิ่วฟูเหรินไม่ต้องคิดให้ลึกซึ้งก็รู้ว่า เมื่อหลิ่วจื้อหย่วนได้ปกครองตระกูลแล้ว วันที่ด