ะบายลมหายใจไม่ทัน ก็ถูกฮูหยินน้อยตระกูลหลิ่วทำให้หมดสติไปเลยเจ้าค่ะ!”
หมิงจูร้องไห้ไปด้วยเล่าไปด้วย ถึงแม้จะร้องไห้อย่างน่าสงสาร แต่ก็ไม่ได้ทำให้การเล่าเรื่องล่าช้าแม้แต่น้อย
หวังเหอฮวาคิดไม่ถึงเลยว่านางจะล้มตามตนเองไปจึงตกใจจนพูดไม่ออก
ส่วนหลิ่วเทียนเสียงและหลิ่วฟูเหรินก็รีบร้อนให้คนออกไปตามหมอ แต่ก็ถูกหมิงจูขวางไว้ทั้งหมด
ข้ออ้างของนางก็ดีทีเดียว
บอกว่าครรภ์ของหลี่เยว่หาน ตลอดมาก็ให้หมอหลวงในวังตรวจอยู่แล้ว ไม่ก็ให้คุณหมอกู่จากศาลแพทย์แผ่นดินตรวจ ถ้าให้หมอธรรมดาข้างนอกมาตรวจไม่แน่อาจจะจ่ายยาอะไรผิด ๆ ก็ได้!
พวกตระกูลหลิ่วถามอีกว่าศาลแพทย์แผ่นดินอยู่ที่ไหน หมิงจูก็บอกตำแหน่งของศาลแพทย์แผ่นดินอย่างหน้าตาเฉย ยังไม่ลืมเสริมอีกว่า คุณหมอกู่เดิมเป็นหัวหน้าศาลหมอหลวงในวัง ภายหลังไม่อยากอยู่ในวังแล้วจึงออกมาเปิดศาลแพทย์แผ่นดิน ถ้าอยากเชิญท่านออกมาตรวจ ต้องจ่ายอย่างน้อยหนึ่งพันตำลึงเงินเนื้อบริสุทธิ์ต่อครั้ง
คนตระกูลหลิ่วที่กำลังจะออกไปตามหมอต่างก็ชะงักไป
หมออะไรออกมาตรวจครั้งหนึ่งหนึ่งพันตำลึงเงินเนื้อบริสุทธิ์เนี่ยนะ!
หลี่หรงหรงได้ยินคำพูดของหมิงจูแล้วก็พอจะรู้ว่านี่เป็นละครที่หลี่เยว่หานจัดฉากขึ้นมาเอง แม้จะรู้สึกว่าหลี่เยว่หานทำเกินไปหน่อยแต่พอเห็น หวังเหอฮวาหน้าเสียหลบเลี่ยงอยู่ในใจก็ยังรู้สึกดีใจอยู่ดี
“หมิงจู เจ้าฟังข้าก่อนตอนนี้พี่สาวของข้าเป็นลมไปแล้ว คงรอคุณหมอกู่ไม่ไหว ทำอย่างน