ิงจูจะไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างหลี่เยว่หานกับเมิ่งฉีฮ่วนมากนัก แต่พอมองดูแล้วก็รู้สึกหวานชื่นใจยังไงชอบกล
พอล้างหน้าแต่งตัวและเปลี่ยนชุดเสร็จ หลี่เยว่หานก็พาหมิงจูออกจากบ้านไป
ที่จวนตระกูลหลิ่ว
“ท่านพ่อ! ลูกอายุยี่สิบแล้ว! ลูกมีความสามารถเพียงพอที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเองแล้ว!” หลิ่วจื้อหย่วนพูดกับหลิ่วเทียนเสียงด้วยน้ำเสียงที่แทบจะตะโกน “ทำไมท่านพ่อถึงไม่ให้โอกาสลูกได้พิสูจน์ตัวเองเลย แต่กลับมาปฏิเสธลูก! ลานบ้านนี่มันแคบมาก! ลูกอยู่ข้างในนี่รู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก!”
“พ่อบอกแล้วไง เมืองหลวงนี่ไม่เหมือนอำเภอหย่งอัน หากเป็นที่นั่น พ่อจะไม่ขัดขวางหากเจ้าอยากไปทำการค้า!” หลิ่วเทียนเสียงนั่งอยู่บนเก้าอี้ มือข้างหนึ่งกุมขมับตัวเองแน่นรู้สึกหมดแรงแล้ว
“ท่านดื่มน้ำหน่อยเถอะเจ้าค่ะ” หลิ่วฟูเหรินก็ร้อนใจมากจึงฉวยโอกาสไปยื่นน้ำให้หลิ่วเทียนเสียง
ตอนนี้ฮูหยินรองตระกูลหลิ่วและหวังเหอฮวาที่นั่งอยู่อีกฝั่งต่างก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นดูน่าสงสารยิ่งนัก
สาวใช้ของหลิ่วฟูเหรินก็วิ่งเข้ามามองไปที่ฮูหยินของตัวเองแล้วพูดว่า “คุณท่าน คุณหนูเยว่หานมาแล้วเจ้าค่ะ!”
เมื่อได้ยินดังนั้น ไม่เพียงแต่หลิ่วเทียนเสียงเท่านั้น แม้แต่หลิ่วจื้อหย่วน ก็ยังตาโตด้วยความประหลาดใจ ส่วนหลิ่วฟูเหรินนั้นไม่ค่อยแปลกใจนัก เพราะก่อนหน้านี้นางได้ยินเรื่องของหลี่เยว่หานมาจากนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วแล้ว
“เชิญคุณหนูเข้ามา ข้าจะไปหาเดี๋ย