หว่างที่พูดหลี่เยว่หานก็ออกจากห้องโถงดอกไม้ไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้รีบร้อน “ข้ารู้ว่าท่านยุ่งมาก ไม่ต้องเสียเวลากับข้าหรอก ข้ามีหมิงจูติดตามไปด้วยจะพาคนไปอีกหลายคน ไม่ต้องกลัวว่าคนตระกูลหลิ่วจะรังแกข้าหรอก”
หลี่เยว่หานชะงักไปครู่ก่อนจะยิ้มกว้าง “อีกอย่าง ครั้งนี้ใครจะไปรังแกใครก็ไม่รู้นะ!”
พูดจบหลี่เยว่หานทำหน้าตลกใส่เมิ่งฉีฮ่วนแล้วหมุนตัวเดินจากไป
มองตามแผ่นหลังของหลี่เยว่หานเมิ่งฉีฮ่วนถอนหายใจไม่ได้พูดอะไรอีก
เมื่อหลี่เยว่หานตื่นขึ้นมา หมิงจูได้บอกกับหลี่เยว่หานในขณะที่กำลังช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าและหวีผมให้ว่าเมิ่งฉีฮ่วนออกจากเมืองไปที่ค่ายทหารแล้ว และอาจจะไม่ได้กลับบ้านสักสองวัน
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานจึงรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง “ทำไมถึงกะทันหันแบบนี้ล่ะ? เขาบอกว่าจะไปแล้วก็ไปเลยเหรอ?”
“ไม่ใช่เจ้าค่ะ” หมิงจูพูดพลางหวีผมให้หลี่เยว่หานไปด้วย “วันนี้ พอท่านแม่ทัพกลับมาถึงก็ให้เฮ่อเจิ้งเทียนไปเก็บของใช้ประจำวัน แล้วหลังจากที่ ฮูหยินเข้านอนท่านแม่ทัพก็ออกไปทันที ก่อนไปท่านฝากให้ข้าน้อยบอก ฮูหยินว่าสองวันนี้จะไม่อยู่บ้าน ขอให้ฮูหยินดูแลตัวเองให้ดีท่านจะรีบกลับมา ถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นก็ให้ฮูหยินไปขอความช่วยเหลือที่จวนกั๋วกง ”
“เมิ่งฉีฮ่วนนี่นะ” หลี่เยว่หานบ่นงึมงำ “ถ้าเขาไม่อยากพาข้าไปเที่ยว ข้าก็ไม่อยากพาเขาไปหรอก!”
เมื่อเห็นหลี่เยว่หานเป็นแบบนี้ หมิงจูก็อดหัวเราะจนตาหยีไม่ได้
ถึงแม้หม