งจะไม่ได้ใหญ่โตเท่าตระกูลหลิ่วที่อำเภอหย่งอัน ไม่มีเรือนเล็ก ๆ แยกกันอยู่ แต่ก็ไม่ได้แย่ไปกว่าคนทั่วไปนัก หลิ่วจื้อหย่วนกับหวังเหอฮวาโวยเอาอะไรกันแน่”
“ใครจะไปรู้ว่าจะโวยวายอะไร” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวพลางหยิบขนมหวานจากมือหลี่เยว่หาน “เหมือนที่เจ้าพูด หลิ่วจื้อหย่วนพ่อหนุ่มนั่นยังขาดประสบการณ์โดนสังคมทุบหัวใช่ไหมล่ะ”
ได้ยินคำพูดเช่นนี้จากปากของเมิ่งฉีฮ่วนอย่างกะทันหัน หลี่เยว่หานก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมาดังลั่นอย่างไม่สนสายตาใคร ดูมีความสุขมาก
“พูดถูกแล้ว ข้าจะไปนอนแล้วตื่นมาจะไปบ้านเล็ก ๆ ของตระกูลหลิ่วสักหน่อย” หลี่เยว่หานกล่าวพลางกินเมล็ดในมือเมิ่งฉีฮ่วนอย่างอารมณ์ดี แล้วลุกขึ้นเดินไปทางห้องนอน
“เจ้าจะไปบ้านตระกูลหลิ่วทำไม?” เมิ่งฉีฮ่วนปัดเปลือกเมล็ดแตงบนมือแล้วถาม “ถ้าจะไปดูเรื่องสนุกต้องพาข้าไปด้วยนะ!”
“ไม่ใช่ไปดูเรื่องสนุก” หลี่เยว่หานหันมามองเมิ่งฉีฮ่วน “ตอนนี้ไฟกำลังลุกท่วมบ้านตระกูลหลิ่ว ข้าจะไปเติมน้ำมันอีกหน่อย เพื่อให้หลิ่วจื้อหย่วนพาหวังเหอฮวาออกไปโดนสังคมทุบหัวให้เร็วขึ้น แล้วก็ไปเยี่ยมนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วด้วย ยังไงท่านก็เป็นผู้อาวุโส เมื่อก่อนก็เคยช่วยเหลือข้าไม่น้อย”
ได้ยินดังนั้น ถึงเมิ่งฉีฮ่วนจะอยากพูดว่าจริง ๆ แล้วตระกูลหลิ่วไม่ได้ช่วยนางมากเท่าไรแต่พอคิดอีกที หลี่เยว่หานมักจะตอบแทนคุณอย่างเต็มที่เสมอจึงกลืนคำพูดกลับลงคอ “งั้นข้าจะไปกับเจ้า!”
“ไม่ต้องหรอก” ระ