านแม่ของเจ้าจึงไม่มีไมตรีจิตอะไร”
“ส่วนท่านพ่อผู้งมงายของเรา ตั้งแต่ตอนที่เขาขายข้าให้ท่านสามีของข้า เราก็ได้ตัดขาดสายสัมพันธ์พ่อลูกกันไปแล้ว ดังนั้นข้าไม่คิดว่าข้ากับพวกเขาจะมีไมตรีจิตถึงขั้นช่วยกันได้”
หลี่เยว่หานพูดพลางส่งสัญญาณให้หมิงจูพยุง หลี่หรงหรงขึ้น นางไม่คุ้นเคยกับการให้คนอื่นคุกเข่าคำนับ เมื่อหลี่หรงหรงลุกขึ้นแล้ว หลี่เยว่หานจึงค่อย ๆ กล่าวว่า “อีกอย่าง เจ้าตอนนี้คงรู้ฐานะของข้าแล้ว ฝ่ายข้ายังพอไหว แต่จวนกั๋วกง กลับเกลียดชังหลี่ต้าเฉิงถึงขั้นแค้นฝังหุ่น หากข้าทำตามที่เจ้าพูดจริง ๆ รับหลี่ต้าเฉิงและภรรยามาอยู่ที่เมืองหลวง เช่นนั้นวันตายหลี่ต้าเฉิงก็คงมาถึงแล้ว”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่เยว่หาน หลี่หรงหรงก็หดคอ ใบหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง “ทำ…ทำไม? จวนกั๋วกง ในเมื่อรับรองพี่ได้ ทำไมจะไม่รับรองท่านพ่อ?”
“เพราะสาเหตุก่อนที่หลี่ต้าเฉิงจะได้ท่านแม่ข้าผู้งามดั่งดอกไม้มาครอบครองก็เพราะความไร้ยางอายของเขาทั้งนั้น” หลี่เยว่หานหัวเราะเย็นชา “อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่รู้เรื่องนี้? ท่านแม่ของเจ้ารู้ดีนัก แต่เจ้าไม่รู้อะไรเลยสักนิดงั้นรึ”
หลี่หรงหรงจึงนึกขึ้นได้ด้วยความตกใจ ท่านแม่ของนางเหมือนจะเคยพูดไว้ว่า ภรรยาคนก่อนของท่านพ่อนางเป็นคุณหนูตกอับที่หลงทางมาถึง หมู่บ้านเฮยถู่ หากไม่ใช่ท่านพ่อนางหาโอกาสครอบครองร่างกายของคุณหนูผู้นั้น คุณหนูตกอับผู้นั้นก็คงไม่ยอมอยู่กับหลี่ต้าเฉิง
คิดถึงตรงนี้ หล