ี่หรงหรงก็ตกใจจนหน้าซีดเผือด สลัดมือหมิงจูที่พยุงอยู่ออก แล้วคุกเข่าลงตรงหน้าหลี่เยว่หานอีกครั้งเอ่ยว่า “พี่ พี่ต้องช่วยท่านพ่อท่านแม่ด้วยนะ…”
“เหตุใดข้าต้องช่วยพวกเขาด้วย?” หลี่เยว่หาน คิดว่าตัวเองไม่ใช่คนใจร้าย แต่กลับผิดหวังกับ หลี่ต้าเฉิงและภรรยาอย่างที่สุด อย่าว่าแต่จะช่วยพวกเขาเลย หลังจากรู้ว่าสมัยก่อนอวี๋ปิงซูกับหลี่ต้าเฉิงได้อยู่ด้วยกันยังไง นางอยากจะเอามีดไปตอนหลี่ต้าเฉิงเสียเดี๋ยวนั้น
ยิ่งไม่ต้องพูดถึง หากนางยืนกรานจะปกป้องหลี่ต้าเฉิง หวังเฟิ่งเองก็จะถูกปกป้องไปด้วยอย่างแน่นอน
“ยังไงก็ตาม…ท่านพ่อก็เป็นพ่อแท้ ๆ ของพี่นะ!” หลี่หรงหรงพูดออกมาได้แค่ประโยคอ่อนแอจืดชืดเช่นนี้ ไม่ต้องพูดถึงหลี่เยว่หานไม่เชื่อ ตัวนางเองก็ไม่คิดว่าหลี่เยว่หานจะเห็นแก่สายเลือดแล้วปกป้องหลี่ต้าเฉิง
“แทนที่จะมาเถียงกับข้าที่นี่ว่าจะปกป้องหลี่ต้าเฉิงกับหวังเฟิ่งหรือไม่ เหตุใดไม่บอกความตั้งใจที่แท้จริงที่เจ้ามาหาวันนี้แทนเล่า” หลี่เยว่หาน มองหลี่หรงหรงที่ทำหน้างุนงงแล้วถอนหายใจ
ดูเหมือนว่าหลี่หรงหรงจะเปลี่ยนไปมากจริง ๆ อย่างน้อยก็ไม่ใช่สาวบ้านนอกที่ไม่เกรงใจใครเหมือนตอนแรกแล้ว
คิดว่าในช่วงปีกว่า ๆ ที่อยู่ในจวนตระกูลหลิ่วบวกกับการที่ได้ให้กำเนิดบุตร หลี่หรงหรงได้เติบโตขึ้นมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำ ก็ไม่มีความคมกริบเหมือนแต่ก่อน อีกทั้งยังเรียนรู้ที่จะใช้ความรู้สึกมาเป็นไพ่ตายอีกด้วย
“ข้า…