” หลี่หรงหรงเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ชะงักไปมองไปรอบ ๆ ด้วยความลังเลใจ
ตอนนี้พวกนางกำลังคุยกันอยู่ในห้องดอกไม้ ซึ่งมีคนอยู่รอบด้าน หลี่หรงหรงรู้ดีว่าคำพูดของนางจะถูกคนอื่นได้ยิน
เห็นหลี่หรงหรงเป็นแบบนี้ หลี่เยว่หานก็หัวเราะเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “นี่คือจวนของข้า คนที่มาหาข้าได้ล้วนเป็นคนของข้าทั้งนั้น เจ้ามีอะไรก็พูดออกมาได้ ถ้ารู้สึกว่าพูดที่นี่ไม่ได้ ข้าก็จะให้คนส่งเจ้ากลับไป”
ได้ยินดังนั้นหลี่หรงหรงก็รีบเดินเข้ามาจับมือของ หลี่เยว่หาน ใบหน้าเต็มไปด้วยความลำบากใจ
“หมิงจูส่งแขกออกไป” หลี่เยว่หานดึงมือออกจากมือของหลี่หรงหรงสั่งเสียงเย็นชา
หมิงจูกำลังจะเข้าไปผลักหลี่หรงหรงออกไป แต่จู่ ๆ หลี่หรงหรงก็ร้องไห้โฮออกมา “เยว่หาน ขอโทษนะ ข้ารู้ว่าการมาขอร้องเจ้ามันไร้ยางอาย แต่ได้โปรดมองในแง่ที่ว่าพวกเราเป็นพี่น้องกันจริง ๆ เถิด ช่วยหาหมอไปดูอาการของท่านแม่ข้าที”
หวังเฟิ่ง?
“ดูอาการท่านแม่เจ้า? แม่เจ้าไม่สบายหรือ?” หลี่เยว่หานถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“อื้อ…” หลี่หรงหรง พยักหน้าแรง ๆ “หลังจากออกจากอำเภอหย่งอันไม่นาน ท่านแม่ข้าก็เริ่มป่วยและระหว่างทางนางก็ตั้งครรภ์อีก ครั้งนี้เป็นของจริง พอมาถึงอำเภอหวาซี ตระกูลหลิ่วไม่ยอมพาท่านทั้งสองไปด้วยเด็ดขาด ให้เงินท่านพ่อกับท่านแม่ข้าแค่ยี่สิบตำลึง หลังจากนั้นก็ไม่เคยถามไถ่อีกเลย ข้ารู้ว่าตระกูลหลิ่วก็มีความยากลำบากของตัวเอง เลยไม่กล้าไปขอร้องหลิ่วจื้อหย