แต่ถ้าเราขายบ้านหลังเล็กนี้ไป แล้วเพิ่มเงินอีกสองร้อยตำลึง การหาซื้อเรือนหลังใหญ่กว่านี้ไม่น่าจะมีปัญหาเลยนะ”
“ก็ใช่อย่างที่เจ้าพูด แต่ตอนที่พวกเราจากมาจาก อำเภอหย่งอัน ร้านค้าของบ้านเราขายไปหมดแล้ว เพราะกองทัพใหญ่มาตั้งค่าย ร้านค้าครึ่งหนึ่งต้องขายในราคาถูก จริง ๆ แล้วตระกูลเราไม่ได้มีเงินมากมายอะไร” หลิ่วจื้อหย่วนพยายามอธิบายกับหวังเหอฮวาอย่างใจเย็น “ตอนนี้พวกเราเพิ่งมาถึงเมืองหลวง ยังไม่ได้ตั้งรากฐาน ช่วงนี้ขอให้เจ้าอดทนก่อน รอสักพักข้าจะไปปรึกษากับผู้ใหญ่ในบ้านเรื่องหาซื้อเรือนหลังใหญ่กว่านี้”
ได้ยินดังนั้นหวังเหอฮวาก็โมโหจนแทบระเบิด รีบผลักหลิ่วจื้อหย่วนออกไปทันที “แต่แรกก็ไม่รู้ว่าเหตุใดถึงต้องย้ายมาจากอำเภอหย่งอันทั้งบ้าน ถึงแม้กองทัพชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือจะมาตั้งค่ายอยู่นอกอำเภอหย่งอัน แต่ก็ไม่เห็นเงาศัตรูอำเภอหย่งอันเลย พวกเราทั้งครอบครัวรีบร้อนย้ายมาก็ขาดทุนย่อยยับแล้ว!”
หลิ่วจื้อหย่วนถูกหวังเหอฮวาผลักไปในใจรู้สึกไม่พอใจ แล้วยังได้ยินหวังเหอฮวาพูดแบบนั้นจึงไม่ค่อยสบอารมณ์ “เหตุใดจึงพูดแบบนั้นเล่า เจ้าก็รู้ว่าตอนนั้นหมู่บ้านนอกเมืองอำเภอหย่งอันถูกรุกรานหมดแล้ว…”
ยังพูดไม่ทันจบ หวังเหอฮวาก็จ้องมองมาหลิ่วจื้อหย่วน น้ำตาไหลพรากทันที “ข้าเข้าใจแล้ว ท่านสามีกำลังด่าทอข้า ด่าว่าข้าไม่แยแสแม้แต่พ่อแม่ของตัวเอง มีแต่ห่วงความสุขสบายของตัวเอง เช่นนั้นท่านก็ไปหาหลี่หรงหรงเถอะ หลี่หร