่วง ดังนั้น หลี่เยว่หานจึงยังไม่คิดจะบอกอีกฝ่าย
เมื่อฟางจื่อหลานเห็นหลี่เยว่หานเชื่อฟัง และก็เห็นเมิ่งฉีฮ่วนมีมารยาทอย่างมาก ตั้งแต่เข้ามาในห้องก็ทักทายนางด้วยความเคารพ จากนั้นก็ออกไปรอข้างนอก ทำให้ฟางจื่อหลานมีความรู้สึกดีต่อเมิ่งฉีฮ่วนเพิ่มมากขึ้น
“แต่ก่อนผู้คนล้วนพูดว่าเมิ่งเหวินจั๋วเป็นยอดคนของแผ่นดิน ข้ายังเคยพูดกับท่านลุงของเจ้าว่า ชายผู้นี้มีชื่อเสียงโด่งดังภายนอกเช่นนี้ อาจไม่ใช่เรื่องดี เวลาผ่านไปนานๆ คงจะต้องมีหญิงงามมารุมล้อมไม่ขาดสาย แล้วยังได้ยินมาว่าในอดีตเขามีความสัมพันธ์อยู่กับคนอย่างจี้ซินเยว่ ทำให้รู้สึกว่าชายคนนี้พึ่งพาไม่ได้”
“ยิ่งประกอบกับปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ ข้ากับท่านลุงของเจ้าจึงคิดว่า ถึงแม้เขาจะมีชื่อเสียงโด่งดังในวัยหนุ่ม แต่ปัจจุบันก็เป็นเพียงทหารธรรมดา ไม่ใช่ว่าดูถูกทหาร แต่ทหารส่วนใหญ่ล้วนหยาบกระด้าง ไม่รู้จักถนอมน้ำใจผู้อื่น ดังนั้นจึงไม่ค่อยชอบเขาอยู่เสมอ คิดว่าเขาไม่คู่ควรกับบุตรสาวตระกูลผู้ดี”
“แต่บัดนี้เห็นเขามีความประณีตอ่อนโยนต่อเจ้า ทั้งที่แต่งงานกันแล้วก็ยังอยู่ในกรอบ ไม่พูดถึงว่าเจ้าตั้งครรภ์มานานเช่นนี้ ข้าก็ไม่เคยได้ยินเจ้าพูดเลยว่าเขามีสตรีอื่นข้างนอก จึงรู้สึกว่าเจ้าเลือกคนไม่ผิด”
นี่เป็นครั้งแรกที่หลี่เยว่หานได้ยินฟางจื่อหลานพูดถึงเมิ่งฉีฮ่วนโดยไม่มีการเสแสร้งใดๆ เลย ทำให้เกิดความสงสัย “ป้าสะใภ้มีสิ่งใดที่ต้องการหรือไม่” หรือ