ก็เขินอายเล็กน้อย แต่เมื่อมองไปทางหลี่เยว่หานนางกลับยังอยู่ในอาการสงบนิ่งใจเย็น
อวี๋เจ๋อฟางกลับมองเมิ่งฉีฮ่วนอย่างไม่พอใจ “เจ้าจะเรียกข้าว่าซิงกั๋วกงได้อย่างไร เรียกว่าท่านลุงสิ”
สองสามีภรรยาไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือห้องได้ดี ทั้งคู่โค้งทำความเคารพแล้วเอ่ยเรียกอวี๋เจ๋อฟางพร้อมกันว่า “ท่านลุง” อวี๋เจ๋อฟางจึงปาดน้ำตาอีกครั้ง
หลังจากหลี่เย่วหานและเมิ่งฉีฮ่วนผลัดกันพูดปลอบใจ ในที่สุดอวี๋เจ๋อฟางก็หยุดร้องไห้และเริ่มสงบลงและพูดขึ้น “สิ่งที่เยว่หานพูดก็ไม่ผิดนัก แม้เราจะพบกันแล้ว แต่การเก็บเรื่องนี้เป็นความลับก็เป็นเรื่องที่ดี อย่างน้อยก็ไม่ควรจะให้ตระกูลกงรู้เรื่องนี้ คนเหล่านั้นไม่น่าไว้ใจ”
ระหว่างพูด อวี๋เจ๋อฟางก็ถอนหายใจออกมา เนื่องจากมีเรื่องกำแพงระหว่างชายหญิงเข้ามาเกี่ยวข้อง เขาจึงไม่สามารถโอบกอดหลานสาวได้ แต่ก็มองหลี่เยว่หานด้วยความรักในแววตาอย่างไม่มีการเสแสร้งเลยแม้แต่น้อย
“ตอนที่แม่ของเจ้ามีชีวิตอยู่ ข้าก็มีเพียงนางเป็นน้องสาว นางเป็นสตรีที่ข้ารักและทะนุถนอมมากที่สุด ทว่าไม่คิดเลยว่านางจะต้องทนทุกข์ทรมานมากขนาดนี้หลังจากที่พลัดพรากจากกัน จากที่เจ้าเล่าถึงบิดาตนเองผู้นั้นก็รู้ว่าเขาไม่ใช่คนดีเช่นกัน หลานสาว เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ลุงจะไม่ยอมให้หลี่ต้าเฉิงและภรรยาคนที่สองของเขาได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขแน่นอน” อวี๋เจ๋อฟางพูดด้วยน้ำเสียงเกลียดชัง ราวกับว่าหากพบหลี่ต้าเฉิงต่อหน้า ชายผู้นั้นจ