จะสามารถมีอำนาจรุดหน้าทดแทนตระกูลเวินในฐานะคหบดีหลวงขั้นหนึ่งได้”
เมื่อเห็นสีหน้าตื่นเต้นของภรรยา เมิ่งฉีฮ่วนก็ไม่อยากจะขัด จึงหยุดความพยายามในการเกลี้ยกล่อมให้นางออกไปจากเมืองหลวงไว้ก่อน
คำพูดของเมิ่งฉีฮ่วนกลับค้างคาอยู่ในใจของมู่ชวนและหลิงซี หลังมื้อเย็น หลี่เยว่หานก็เอนหลังเพื่องีบหลับ แต่มู่ชวนกลับดึงตัวเมิ่งฉีฮ่วนออกไปพูดคุยด้วยท่าทางเคร่งขรึม
“ท่านอา” มู่ชวนลดเสียงเบาลงแล้วลอบหันไปมองหลี่เยว่หาน “ท่านอาสะใภ้ทำสิ่งต่าง ๆ ตั้งมากมายเพื่อพยายามช่วยปกป้องข้าและน้องสาว ข้าคิดว่าหากเป็นไปได้ท่านน่าจะหาโอกาสในการส่งอาสะใภ้ออกไปจากที่นี่ แม้ว่าข้าจะไม่เข้าใจนักว่าเมืองหลวงซับซ้อนมากเพียงใด แต่ข้าก็ไม่ต้องการให้ท่านอาสะใภ้ต้องตกอยู่ในอันตรายขอรับ”
เมิ่งฉีฮ่วนยิ้มแล้วก็บีบแก้มมู่ชวนก่อนจะเอ่ยตอบ “อาเข้าใจความคิดของเจ้า อาสะใภ้เองก็เช่นกัน แม้ว่าแคว้นนี้จะเต็มไปด้วยอันตราย แต่อาสะใภ้ของเจ้าก็ไม่ใช่คนทั่วไปเลย เพราะอย่างนั้น เจ้าต้องเชื่อมั่นในตัวนางนะ”
“ท่านอาโกหกข้า ดูก็รู้ว่าท่านเองก็ต้องการให้อาสะใภ้ออกไปจากเมืองหลวงไม่ใช่หรือขอรับ” มู่ชวนเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ
“ข้าเองก็ทั้งเชื่อมั่นและเป็นห่วงนางไปพร้อม ๆ กัน” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวพลางมองไปทางหลี่เยว่หานที่หลับอยู่ “น่าเสียดายที่เวลานี้ยากจะทำสิ่งใดได้ ไม่อย่างนั้นอาคงจะพาอาสะใภ้และพวกเจ้าไปอยู่ในที่ที่สะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งกว่านี้”
“เราอยู่