ในหลิงฉวนกันก็ได้นี่” มู่ชวนกล่าว “พลังวิญญาณในหลิงฉวนนั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ข้าสังเกตอาการของหลิงซีแล้วก็พบว่าพิษในกายนางลดลงเรื่อย ๆ สถานที่ที่สะดวกสบายและปลอดภัยราวกับสวรรค์ที่ว่าก็คงจะเป็นที่นั่นนะขอรับ”
“ถ้าหากเราทั้งหมดเข้าไปที่นั่นแล้ว ใครจะเป็นผู้ถือครองลัญจกรหยกเล่า” เมิ่งฉีฮ่วนยิ้มขำ “ฝ่าบาทคงไม่มีทางถือครองมันเอาไว้อย่างแน่นอน ในทางกลับกัน หากลัญจกรหยกตกไปอยู่ในมือขององค์รัชทายาทหรือองค์ชายรอง หลิงฉวนก็จะไม่นับว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยอีกต่อไป”
เมื่อได้ฟังเมิ่งฉีฮ่วนพูดแล้ว มู่ชวนก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาอย่างเคร่งเครียดไม่ต่างจากผู้ใหญ่ “ท่านอา ข้ามักจะคิดอยู่เสมอว่าข้าสร้างความลำบากให้อาสะใภ้ ไม่อย่างนั้นด้วยความที่นางเป็นคนเข้มแข็งเช่นนี้ แม้จะไม่ได้ร่ำรวยเป็นเศรษฐี ชีวิตของนางก็คงจะไม่ต้องมีเรื่องทุกข์ร้อนใจอยู่เช่นนี้เลย”
“เจ้าคิดว่าอาสะใภ้ของเจ้ากลัวหรือ” เมิ่งฉีฮ่วนพยักพเยิดไปทางหลี่เยว่หานอย่างติดตลก เวลานี้นางนอนหลับโดยมีหลิงซีอยู่ข้าง ๆ “นางไม่ลังเลใจเลยที่จะพาตนเองไปพบเจอกับเรื่องอันตรายเพื่อปกป้องคนอื่น นางเป็นคนจิตใจดีมากและตัดสินใจทำสิ่งต่าง ๆ อย่างกล้าหาญด้วยตนเอง แม้ว่าอาจะเป็นห่วงนางจนต้องคิดแผนการต่าง ๆ เอาไว้มากมาย แต่ก็ไม่เคยสงสัยในความสามารถของอาสะใภ้เลย นางไม่เคยทำสิ่งใดอย่างวู่วามและยังระมัดระวังตัวเสมอ นางเป็นคนรอบคอบและหลักแหลมมาก”
“อาสะใภ้เป็นสตรีที