่เป็นใหญ่ในบ้านจริง ๆ” มู่ชวนถอนหายใจ “ข้าเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าในครอบครัวท่านอาหรืออาสะใภ้ใหญ่กว่ากัน”
“นี่ไม่ใช่เรื่องสำคัญเลยว่าใครใหญ่กว่ากัน” เมิ่งฉีฮ่วนลูบหัวมู่ชวน “อาสะใภ้ของเจ้าไม่ใช่สตรีที่เอาแต่หวังพึ่งพาบุรุษในการใช้ชีวิต ข้าและนางต่างอยู่ร่วมกันอย่างสนับสนุนเกื้อกูล เติมเต็มซึ่งกันและกันมากกว่าจะมีผู้นำและผู้ตาม เจ้าจะเข้าใจสิ่งที่อาพูดเมื่อเติบโตขึ้นกว่านี้”
หลังพูดคุยกับมู่ชวนได้พักหนึ่งและปล่อยให้หลิงซีได้เล่นซุกซนจนสมควรแก่เวลา หลี่เยว่หานก็ลืมตาตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล เปิดมิติให้เด็กทั้งสองกลับเข้าไปในหลิงฉวน จากนั้นเมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หานก็เตรียมจะกลับไปที่จวนแม่ทัพ
ทว่าเมื่อทั้งสองกำลังเดินออกมาจากห้องรับรองใหญ่หมายเลขหนึ่ง หลี่เยว่หานก็ได้พบซิงกั๋วกงอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
ซิงกั๋วกงที่ชราแล้วได้ส่งต่อตำแหน่งของเขาให้กับบุตรชายคนโตอวี๋เจ๋อฟาง พี่ชายของอวี๋ปิงซู หลายปีก่อนหน้านี้นอกจากซิงกั๋วกงผู้เป็นบิดาจะไม่เคยละความพยายามที่จะตามหาบุตรสาวแล้ว พี่ชายอย่างอวี๋เจ๋อฟางเองก็คอยถามข่าวน้องสาวเสมอเช่นกัน
และในเวลานี้เขากลับได้พบกับหลี่เยว่หานโดยบังเอิญ เมื่อจี้หยางมาถึง อวี๋เจ๋อฟางก็ตามเมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หานไปถึงหน้าห้องรับรองหมายเลขหนึ่งแล้ว
“คล้ายมาก…คล้ายเหลือเกิน…” อวี๋เจ๋อฟางขยี้ตามองหน้าหลี่เยว่หานโดยไม่กะพริบตา “หลานสาวดูคล้ายกับปิงซูของข้ามากเหลือเกิน”
หลี่เ