สะอาดให้หลี่เยว่หานเอาไปเช็ดหน้าเช็ดตา จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนที่ด้านหลังเพื่อช่วยแต่งตัว
“ที่ข้ากล่าวไปว่าทำให้เจ้าเดือดร้อนเมื่อวานนี้” หลี่เยว่หานซับหน้าตนเองแล้วเอ่ยอย่างใจเย็น “ข้ามารู้ภายหลังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ได้ยินคนพูดกันหลังได้สติกลับมาเมื่อวานนี้ เจ้าไม่ได้กลับมาพร้อมข้า แต่เป็นแม่ทัพที่พาเจ้ากลับมาอย่างนั้นหรือ”
“เจ้าค่ะฮูหยิน เมื่อวานหลังจากที่ฮูหยินกระอักเลือดแล้วหมดสติไป ท่านแม่ทัพก็โกรธมากและเป็นอุ้มฮูหยินกลับมาจากวังหลวงด้วยตนเอง ส่วนฝ่าบาทก็ทรงมีพระเมตตากับข้าน้อยมาก เมื่อเห็นว่าข้าน้อยถูกทิ้งไว้ก็ทรงรับสั่งให้กงกงในวังไปส่งข้าน้อยที่สำนักแพทย์หลวงเพื่อขอยารักษาใบหน้า แต่เมื่อกลับมาถึงจวนข้าน้อยได้ยินว่าฮูหยินหลับพักผ่อนอยู่ จึงไม่กล้าเข้ามารบกวนเจ้าค่ะ”
หลี่เยว่หานพยักหน้าตามแล้วมองคังโหรวด้วยสายตาห่วงใยอยู่อีกสองสามครั้ง และเลิกถามเรื่องเมื่อวาน นั่นทำให้คังโหรวรู้สึกโล่งใจ แต่ไม่ได้รู้เลยว่าหลี่เยว่หานตัดสินใจบางอย่างไปแล้วในเวลานี้…
หลังจากจัดแต่งทรงผม สวนเสื้อผ้าลำลองแล้วสาวใช้ก็มาเคาะประตูเพื่อลำเลียงอาหารจำนวนมากเข้ามาในห้องของหลี่เยว่หาน
“จะให้ฮูหยินทานอาหารในห้องเช่นนี้หรือ พวกเจ้าไม่รู้เรื่องเอาเสียเลย” คังโหรวขมวดคิ้ว “รีบไปตั้งสำรับที่โถงบุปผาสิ”
“พี่คังโหรว นี่เป็นคำสั่งของท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ โปรดอย่าทำให้พวกเราต้องลำบากเลย” เด็กรับใช้มองคังโหรวอย่างลำบากใ