หลี่เยว่หานปัดมือเขาออกไปอย่างขุ่นเคือง “รีบตอบมาเสียที”
“ข้าอยู่ฝ่ายเดียวกับฝ่าบาท” เมิ่งฉีฮ่วนตอบทันที จากนั้นก็ชี้ไปทางมู่ชวนที่นั่งอยู่ข้างเตียงหลี่เยว่หานเงียบ ๆ และมีสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนจะเอ่ยขึ้น “หากไม่เชื่อข้าสามารถถามมู่ชวนได้”
หลี่เยว่หาน “???”
“อาสะใภ้ขอรับ ข้าสามารถพิสูจน์ได้ว่าท่านอาอยู่ฝ่ายเสด็จปู่จริง ๆ” มู่ชวนเอ่ยช้า ๆ
หลี่เยว่หานรู้สึกว่ามีคำถามมากมายวนเวียนอยู่ในหัวนาง
“ข้ารู้ว่าเจ้าคงสับสนว่าเหตุใดข้าจึงต้องซ่อนตัวให้ไกลจากหมู่บ้านไป๋อวิ๋นในเมื่อข้าอยู่ฝ่ายเดียวกับฝ่าบาทใช่หรือไม่” เมื่อฉีฮ่วนประคองหลี่เยว่หานแล้วถอนหายใจออกมา “ความจริงแล้วแม้แต่พ่อของมู่ชวนและข้าเองก็เป็นเช่นนั้นด้วย เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราอยู่ฝ่ายเดียวกับฮ่องเต้”
หลี่เยว่หานยิ่งสับสนมากกว่าเดิม เป็นไปได้ไหมว่าเมิ่งฉีฮ่วนไม่ได้เป็นพี่น้องร่วมสาบานของจงเจิ้งจริง ๆ
“มู่ชวน เจ้ากลับไปในมิติก่อน อาสะใภ้และข้ามีเรื่องต้องคุยกัน” เมิ่งฉีฮ่วนไม่รีบร้อนอธิบายกับหลี่เยว่หาน แต่หันไปคุยกับมู่ชวนก่อน
แม้มู่ชวนจะไม่เต็มใจแต่ก็กลับไปที่น้ำพุจิตวิญญาณอย่างว่าง่าย เหตุผลที่เขาออกมาในตอนนี้เพราะเป็นห่วง อยากจะดูว่าหลี่เยว่หานสบายดีหรือไม่ ตอนนี้เขารู้ว่าหลี่เยว่หานไม่เป็นไรแล้วจึงสามารถกลับไปได้อย่างสบายใจ
“ข้าเป็นเด็กกำพร้า” หลังจากที่มู่ชวนไปแล้ว หลี่เยว่หานก็ปิดผนึกลัญจกรหยกหลังจากที่มู่ชวนกลับเข้าไป “ตั้งแ