รวก็หันกลับมาตบนางสาวใช้คนนี้ทันที
“จี้ซินเยว่!” เมิ่งฉีฮ่วนจ้องมองไปทางจี้ซินเยว่อย่างเชือดเฉือน “นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าทำตัวไร้ยางอายเช่นนี้ ข้าบอกเจ้าชัดเจนทุกครั้งว่าให้เลิกจมอยู่กับอดีตได้แล้ว และตอนนี้ข้ามีเพียงภรรยาของข้าเท่านั้น ข้ามีความสุขที่จะอยู่กับนางฉันสามีภรรยา แต่เจ้าก็ยังมากล่าววาจาเช่นนั้นต่อข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า เวลานี้ยังทำให้ภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ของข้าโกรธจนกระอักเลือดเป็นลมต่อหน้าพระพักตร์ แล้วยังกล้าตบสาวใช้ของภรรยาต่อหน้าข้าอีกด้วย แล้วต่อไปจะไม่มาทำร้ายภรรยาข้ากับมือเลยอย่างนั้นหรือ”
จี้ซินเยว่ตระหนักได้ว่าคราวนี้ตนเองทำให้เมิ่งฉีฮ่วนโกรธแล้วจริง ๆ นางรีบส่ายหน้ามองเขาอย่างตื่นตระหนกทันที “ไม่…ข้าไม่ได้…เหวินจั๋ว…ฟังจ้าก่อน…”
“หุบปาก!” ความโกรธของเมิ่งฉีฮ่วนทะลุถึงขีดสุด เขาอุ้มร่างของหลี่เยว่หานที่หมดสติไปเพราะความโกรธขึ้นแนบอก มองไปทางฮ่องเต้และฮองเฮา “ฝ่าบาท เหนียงเหนียง โปรดมอบความยุติธรรมแก่ภรรยากระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่ต้องห่วง ข้าต้องให้ความยุติธรรมกับฮั่นหรงฟูเหรินแน่นอน เพราะฮั่นหรงฟูเหรินก็มีบุญคุณต่อราชวงศ์เรา ข้าจะมองข้ามเรื่องเช่นนี้ไปได้อย่างไร” ในที่สุดฮ่องเต้ก็โบกพระหัตถ์ “ข้ารู้ว่าหมอของเจ้ามีความสามารถยิ่งกว่าหมอหลวงเพราะงั้นก็พาฮูหยินของเจ้ากลับไปดูอาการเสียก่อนเถอะ”
“ขอบพระทัยฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ” หลังจากที่เมิ่งฉีฮ่วนพูดจบ เขาก็พาภรรยาออกไป