่างเต็มที่ เพราะอย่างนั้นนางจึงไม่สามารถเอาความอะไรได้เมื่อเห็นหญิงชราพยายามปกป้องลูกสาวด้วยความรัก
“เยว่หาน เยว่หาน?” เมิ่งฉีฮ่วนที่อยู่ข้างกายนางเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างของภรรยาจึงได้เอ่ยเรียกชื่ออย่างเป็นห่วง
หลี่เยว่หานถอนสายตาจากฮูหยินจี้ที่กำลังกอดจี้ซินเยว่และร้องไห้อยู่เพื่อมองมาทางเมิ่งฉีฮ่วน ระหว่างที่นางกำลังจะอ้าปากพูด จู่ ๆ ก็รู้สึกถึงรสชาติคาว ๆ ในลำคอราวจะมีเลือดไหลออกมาเต็มปาก มันล้นทะลักจนกระอักออกมาใส่หน้าอกของเมิ่งฉีฮ่วน ก่อนที่จะทรุดตัวล้มลงอย่างไร้เรี่ยวแรง
ตำหนักจิ่งอู่ตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย แม้แต่ฮูหยินจี้เองก็ตกใจจนน้ำตาแห้งเหือด ส่งเสียงกรีดร้องออกมาพร้อมกับจี้ซินเยว่ที่อยู่ในอ้อมแขน มองไปทางหลี่เยว่หานที่ก็กระอักเลือดออกมาอย่างรุนเรงจนน่ากลัวแล้วหมดสติไปโดยไม่ได้ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา
“ฝ่าบาท เหนียงเหนียงเพคะ” คังโหรวที่อยู่ด้านหลังหลี่เยว่หานคุกเข่าลงแล้วร้องไห้กราบทูล “ทุกสิ่งที่ฮูหยินของหม่อมฉันพูดเป็นเรื่องจริงทั้งหมดเพคะ ฮูหยินเฉินประพฤติตัวไม่เหมาะสมและมีเจตนายั่วยวนท่านแม่ทัพ ทั้งหมดไม่ได้เป็นการใส่ความฮูหยินเฉินเลยแม้แต่น้อย ฮูหยินของข้าพูดความจริง ฝ่าบาท เหนียงเหนียงเพคะ ได้โปรดให้ความยุติธรรมแก่ฮูหยินของหม่อมฉันด้วยเพคะ”
“สารเลว ใช่ที่ที่คนอย่างเจ้าจะพูดอะไรออกมาได้หรือไม่” เมื่อฮูหยินจี้และจี้ซินเยว่ที่อยู่ในอาการสับสนได้ยินคำพูดของคัวโห