บสตรีอย่างเรานะ ฮั่นหรงฟูเหริน ข้ายอมรับเอง ยอมรับแทนลูกสาวคนนี้เองในฐานะมารดา ข้าไม่ได้อบรมสั่งสอนนางให้ดีและทำให้เจ้าต้องเดือดร้อน เป็นความผิดข้าเอง”
เมื่อฟังเสียงร้องไห้คร่ำครวญของฮูหยินจี้ หลี่เยว่หานก็อึดอัดใจขึ้นมา
นางไม่มีความสุขเลยนับตั้งแต่มาถึงเมืองหลวง เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเมิ่งฉีฮ่วนและจี้ซินเยว่กลายเป็นเรื่องสนทนาสนุกปากในโรงน้ำชาและโรงเตี๊ยมและมันก็มาถึงหูหลี่เยว่หานหลายครั้ง
ใช่ว่านางจะไม่เชื่อสามีอย่างเมิ่งฉีฮ่วน แต่นางแค่ไม่แน่ใจว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้ของตนเองและสามี จะแน่นแฟ้นมีน้ำหนักในใจเขามากกว่าความรักวัยเด็กระหว่างเขากับผู้หญิงคนนี้หรือไม่
นี่เป็นเรื่องที่อยู่ในใจนางมานาน และไม่ว่าจะข่มกลั้นและพยายามเลี่ยงที่จะคิดถึงอย่างไรก็ยังยากที่จะกำจัดความขุ่นเคืองออกไปได้
สาเหตุที่นางกล้าหาเรื่องจี้ซินเยว่โดยไม่สนใจใครหน้าไหน หรือหน้าตาตนเองก็เพราะอดทนเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
โดยเฉพาะเมื่อนางเห็นว่าเมิ่งฉีฮ่วนออกมาคุยกับจี้ซินเยว่เพียงลำพัง หัวใจของนางก็ยังบีบรัดจนอกแทบแตกเมื่อได้ยินสิ่งที่ทั้งสองพูดคุยกันกับหูตัวเอง หลี่เยว่หานไม่สามารถข่มกลั้นอารมณ์ที่อยากจะจัดการจี้ซินเยว่เอาไว้ได้อีกต่อไป
ยามนี้เมื่อเห็นว่าฮูหยินจี้พยายามเข้ามาปกป้องบุตรสาวอย่างเต็มกำลัง หลี่เยว่หานก็เริ่มใจอ่อนลง
นางเสียแม่ไปตั้งแต่เด็ก และมักจะคอยมองคนอื่นด้วยความอิจฉาที่ได้รับความรักจากแม่อย