างนั้นหรือ ถ้าอย่างนั้น เรื่องที่เจ้าคร่ำครวญใส่เขาว่าที่ยอมแต่งงานเข้าตระกูลเฉินก็เพื่อช่วยให้ตระกูลจี้ปลอดภัยจากคดีอาญาเล่า ยอมรับหรือไม่”
“นี่เจ้า…” จี้ซินเยว่พูดไม่ออกไปชั่วขณะหนึ่ง นางไม่อาจปฏิเสธได้ว่าท้ายที่สุดตนเองก็เป็นเพียงสตรีคนหนึ่งที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวเดิม หรือแม้เวลานี้ครอบครัวสามีก็ไม่ได้ให้ความสำคัญต่อนาง ที่ยังสามารถมีทุกวันนี้ก็เพราะมีราชวงศ์ช่วยค้ำชูด้วยพระเมตตา นั่นทำให้นางไม่กล้าตอบโต้หลี่เยว่หานอย่างเต็มที่เพราะกลัวจะทำให้เกิดความขุ่นเคืองพระทัยได้
ใช่แล้ว นางไม่กล้าทำเช่นนั้น
จี้ซินเยว่ทรุดลงทันที ใคร ๆ ต่างก็ดูออก ว่านางเป็นสตรีที่เหมาะสมกับเมิ่งฉีฮ่วนที่สุดแล้วในแผ่นดินนี้ แต่เหตุใดโอกาสนั้นจึงตกไปเป็นของเด็กสาวชนบทคนนั้นได้เล่า
“หากเจ้าไม่ได้พูดกับสามีข้าเช่นนั้นก็ปฏิเสธออกมา แต่หากเจ้าพูดเช่นนั้นจริง ๆ ก็รีบยอมรับเสียเถอะ” หลี่เยว่หานอารมณ์เสียอย่างมาก “หรือถ้าไม่อยากพูดก็ให้นางข้าหลวงมาตรวจร่างกายดูดีหรือไม่…”
“ซินเยว่ของแม่!” ฮูหยินจี้รู้จักบุตรสาวตนเองดี เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางของจี้ซินเยว่ก็สามารถคาดเดาสถานการณ์ทั้งหมดได้ จึงรีบร้องไห้ออกมาแล้วตรงเข้ามาหาจี้ซินเยว่ ก่อนจะสวมกอดร่างบางของลูกสาวไว้ในอ้อมแขน ร้องไห้เสียงดังขึ้นอีก “ยอมรับไปเถอะลูก พูดยอมรับไปเช่นนั้นก็ได้ หากเจ้าต้องถูกตรวจจริง ๆ ต่อไปจะอยู่ได้อย่างไร เรื่องนี้สำคัญที่สุดสำหรั