่เป็นที่พอใจ ก็ตัดขาดกัน ทางใครทางมัน ข้าก็ยังคงเป็นเสนบดีกรมกลาโหม ยังคงเป็นขุนพลทหารม้า เขาเองก็ยังเป็นองค์รัชทายาท ย่อมไม่มีผลกระทบใด ๆ ทั้งสิ้น”
“เช่นนั้น” หลี่เยว่หานสบตากับเมิ่งฉีฮ่วน “อันที่จริง ความจงรักภักดีที่แท้จริงของเจ้านั้นไม่ใช่ต่ออดีตองค์รัชทายาทหรือองค์ชายสามในตอนนี้ แต่เป็นฮ่องเต้ใช่หรือไม่?”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เมิ่งฉีฮ่วนพลันตกตะลึง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างปล่อยตัวไม่เสแสร้ง “ไม่มีอะไรจะซ่อนเร้นไปจากสายตาของเจ้าได้จริง ๆ”
“เพียงแต่ข้าไม่เข้าใจเลยว่าในเมื่อเจ้าภักดีต่อฮ่องเต้ แล้วเหตุใดจึงพาพระโอรสพระธิดาของอดีตองค์รัชทายาทไปซ่อนตัวในหมู่บ้านบนภูเขาเล็ก ๆ ที่ห่างไกลออกไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ” หลี่เยว่หานรู้สึกงุนงง “ถึงอย่างไร พวกเขาก็ล้วนแล้วแต่เป็นพระญาติทางสายเลือดของฮ่องเต้ แม้อดีตองค์รัชทายาทจะเกี่ยวข้องกับลัญจกรหยกอันเป็นสมบัติประจำแคว้นจนนำไปสู่ความหายนะของการล่มสลายของตนเอง ทว่าฮ่องเต้เองก็คงไม่เลวร้ายขนาดที่จะปฏิเสธหลานชายและหลานสาวของตัวเอง”
เมื่อได้ยินหลี่เยว่หานพูดเช่นนี้ เมิ่งฉีฮ่วนพลันเม้มริมฝีปาก “ข้าเองเป็นเพียงผู้ปฏิบัติตามคำสั่ง กิจการของราชวงศ์ ใครเลยจะกล่าวออกมาได้อย่างชัดเจน”
เมื่อเมิ่งฉีฮ่วนกล่าวเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็รับรู้ได้ทันทีว่านางไม่สามารถถามต่อได้อีก แม้จะเอ่ยถาม เมิ่งฉีฮ่วนก็จะไม่ปริปาก
แม้หญิงสาวจะไม่รู้ว่าเมิ่งฉีฮ่วนมีบทบาทอย่างไรใน