งอดีต และสามีของนางคือเสนาบดีเฉินซึ่งแก่กว่านางหนึ่งรอบ แม้ว่าเขาจะเป็นเสนาบดี แต่เขามีอำนาจเต็มที่ในทั้งสองฝ่าย ด้วยการรับรองจากเขา จึงสามารถช่วยเหลือตระกูลจี้เอาไว้ได้”
“น่าเสียดายที่แม้ว่าจะช่วยรักษาตระกูลจี้เอาไว้ได้ แต่ตระกูลของตนกลับตกต่ำอย่างรวดเร็วภายในสามหรือสองปี คนในตระกูลต่างเสียชีวิตหรือล้มป่วย และไม่นานก็เหลือเพียงแม่เฒ่า ต่อมา หลังจากสามีของจี้ซินเยว่ติดวัณโรค ฮูหยินเฉินก็ติดโรคไปด้วย ในท้ายที่สุด ทั้งแม่และลูกชายก็เสียชีวิตด้วยโรคนี้ ทิ้งตระกูลจี้และตระกูลเฉินไว้กับจี้ซินเยว่เพียงลำพัง”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ หลี่เยว่หานพลันทอดถอนหายใจออกมา “เช่นนั้นแล้วมิใช่ว่าในอนาคต นางสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่ใจต้องการหรอกหรือ?”
“อันที่จริง ฝ่าบาทมีความตั้งใจที่จะให้จี้ซินเยว่แต่งงานใหม่ แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไรนางก็ไม่ยินยอม” เมิ่งฉีฮ่วนถอนหายใจ “ต่อมา ฝ่าบาททรงเห็นว่านางเป็นสตรีน่าสงสาร จึงพระราชทานบรรดาศักดิ์ฮูหยินหลวงขั้นที่หนึ่งให้นาง และบรรดาศักดิ์ฮูหยินหลวงขั้นที่สองให้ท่านยายของนาง แม้จะไม่มีอำนาจแต่ก็เป็นเกียรตินัก”
“นางไม่มีลูกหรือ?” หลี่เยว่หานถามอีกครั้ง
“มีลูกสาวคนหนึ่ง ตอนนี้อายุพอ ๆ กับหลิงซี” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยพลางบีบแก้มของหลิงซี “ว่ากันว่าในเวลานั้นนางให้กำเนิดแผดชายหญิง แต่ไม่รู้ว่าทำไมลูกชายถึงตายก่อนจะครบเดือน”
เมื่อได้ยินถ้อยคำเหล่านี้ หลี่เยว่หานก็เหลือบมองเมิ่งฉีฮ่ว